thansettakij
thansettakij
งานเข้า ป.ป.ช. พรรคส้มล่าชื่อสส.ฟันปฏิบัติหน้าที่มิชอบปม“ศักดิ์สยาม”

งานเข้า ป.ป.ช. พรรคส้มล่าชื่อสส.ฟันปฏิบัติหน้าที่มิชอบปม“ศักดิ์สยาม”

23 เม.ย. 69 | 09:42 น.
อัปเดตล่าสุด :23 เม.ย. 69 | 10:04 น.

พรรคประชาชนล่ารายชื่อ สส. 140 คน ยื่นฟัน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมยกคำร้องคดีหุ้น “ศักดิ์สยาม” ข้องใจบรรทัดฐาน เชื่อพฤติกรรมอำพราง ฟอกขาวชัดเจน

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชนเตรียมรวบรวมรายชื่อ สส. 1 ใน 5 เพื่อยื่นให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.
  • พรรคฯ เห็นว่า การที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และพยายาม "ฟอกขาว" ให้ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
  • นอกจากนี้ พรรคจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อยกเลิกอำนาจดุลยพินิจของประธานสภาฯ ในการส่งเรื่องตรวจสอบองค์กรอิสระ

วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน  กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงเรื่องการยกคำร้องคดีกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า สิ่งที่เราเห็นจากคำแถลงของ ป.ป.ช. ทำให้กังวลว่า เป็นการแถลงเพื่อ “ฟอกขาว” พฤติกรรม นายศักดิ์สยาม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า เป็นเจตนาซุกหุ้น 

ดังนั้น พรรคประชาชนจึงมีข้อสรุปว่า คำแถลงของ ป.ป.ช. เข้าข่ายเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงจะดำเนินการ 2 อย่าง

1.ใช้สิทธิตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ร่วมกันเข้าชื่อ สส.ในสภา 1 ใน 5 หรือ จำนวน 140 คน เสนอต่อประธานสภา เพื่อพิจารณาส่งไปที่ประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเข้าวิปฝ่ายค้าน เพื่อสอบถามเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทั้งหมดว่าเห็นด้วยหรือไม่ รวมทั้งสอบถามไปยังสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าจะเข้าชื่อด้วยหรือไม่

2. จะผลักดันการแก้ไขมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาฯ ว่าจะส่งหรือไม่ส่งชื่อ สส. เข้าชื่อกัน ขอให้ตรวจสอบองค์กรอิสระ เพราะเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต สมัยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ไม่ส่งเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และคลิปเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เรื่องติดสินบน 

เมื่อถามว่าหากเป็นไปตามข้อ 1 กังวลว่า ประธานสภาฯ จะไม่ส่งชื่อหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก็หวังว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง เหตุและผลเป็นหลัก 

“แต่อย่างที่บอก หากเราไม่ต้องการให้เกิดข้อกังวลนี้ ต้องตัดอำนาจการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาฯ ออกไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ เราก็หวังว่าประธานสภาฯ จะไม่ใช้อำนาจและดุลยพินิจ เพื่อกระทำการใดๆ ที่อาจจะขัดกับหลักการและเหตุผลที่ควรจะเป็น”

ด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า เท่าที่อ่านคำชี้แจงที่ออกมา คิดว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ดูแล้วเหมือนเป็นการเชื่อพฤติการณ์ที่อำพรางซ้ำด้วยซ้ำ 

“จึงเป็นอีกครั้งที่เราต้องตั้งคำถามองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ว่า การชี้แจงของ นายศักดิ์สยาม ว่า เป็นคนละข้อกล่าวหาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คิดว่าไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ายังคงหุ้นเอาไว้อยู่ เอกสารที่ได้จากสถาบันการเงินก็ชัดว่าต้นทางมาจากใคร เจตนาชัดว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ ผมขอพูดตรงๆ มันเหมือนการเล่นละครแล้วเอาศาลเป็นตัวประกอบ”

เมื่อถามว่ารายละเอียดเกี่ยวกับ "นาย ศ." ที่ ป.ป.ช.ชี้แจงมานั้น มองว่าเป็นการแก้ต่างให้ นายศักดิ์สยาม หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ด้วยความเป็นธรรม ป.ป.ช.ก็ชี้แจงตามการแก้ข้อกล่าวหาของ นายศักดิ์สยาม แต่ตนมองว่า ไม่สมเหตุสมผล ไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับได้เลยว่า ไม่เจตนาปกปิดทรัพย์สิน 

ส่วนจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คดีอื่นหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ถามกลับผู้สื่อข่าวว่า “เราเคยมีบรรทัดฐานด้วยหรือ” ตนคิดว่า ป.ป.ช.ไม่เคยมีบรรทัดฐานใดๆ ที่ผ่านมาคิดว่าก็ไม่เคยใช้บรรทัดฐานเดียวกันในแต่ละคดี 

“กรณีของ นายศักดิ์สยาม คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร คือ นายศักดิ์สยาม ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และต้องห้ามดำรงตำแหน่งภายใน 2 ปี เช่นเดียวกับกรณีของพรรคก้าวไกล ผลคือ พรรคก้าวไกล พ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์รับเลือกตั้ง 10 ปี แต่ที่ตนถามคือ พยานหลักฐานประกอบคดีเป็นชุดเดียวกัน สืบเจตนาได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นหลักฐานที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว ผลการพิจารณาของ ป.ป.ช. จึงแทบเป็นอื่นไปไม่ได้เลย”