
รมว.กลาโหม ชู 'ทหารอาสา' หัวใจความมั่นคงยุคใหม่ ดันอุตฯป้องกันประเทศพึ่งพาตัวเอง
รมว.กลาโหม กางโรดแมปความมั่นคง ชูทหารอาสาสมัครใจ เคียงบ่าเคียงไหล่ทหารอาชีพ เตรียมอัดสวัสดิการจูงใจคนรุ่นใหม่ พร้อมเร่งยกระดับคุณภาพชีวิตแนวหน้า ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสร้างรายได้พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- ชูนโยบาย "ทหารอาสา" เป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงยุคใหม่ โดยจะพัฒนาทักษะและสวัสดิการเพื่อจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้าร่วมป้องกันประเทศ
- ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ผ่านการวิจัย พัฒนา และผลิตยุทโธปกรณ์ใช้เองภายในประเทศ
- เน้นการจัดหายุทโธปกรณ์อย่างโปร่งใสและคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยเพื่อรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ
10 เมษายน 2569 ในการประชุมร่วมรัฐสภา พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลด้านความมั่นคงรวมถึงการสนับสนุนทหารอาสาของรัฐบาลว่า ประเด็นความมั่นคงมีเรื่องหลัก ๆ อยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ เรื่องของทหารอาสา ประเด็นที่ 2 คือเรื่องของการจัดหายุทโธปกรณ์ เกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมภายในประเทศซึ่งโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความผันผวน ไม่แน่นอน แบ่งขั้วกันชัดเจน ความมั่นคงของชาติไม่ได้หมายถึง เพียงแค่การป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่ยังคงครอบคลุมถึงความปลอดภัยของประชาชน เสรีภาพของภูมิภาคและความสามารถของประเทศ ในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก
กระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงของประเทศ ได้ขับเคลื่อนนโยบายโดยมีอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชนและการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก ในส่วนของชายแดนของประเทศซึ่งไม่ใช่แค่เส้นแบ่งเขตทางภูมิศาสตร์แต่คือ เส้นแห่งอธิปไตย คือแนวหน้าของความมั่นคง รัฐบาลจะมุ่งเน้นให้ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยจากยาเสพติด ภัยธรรมชาติ ภัยจากไซเบอร์ และภัยต่าง ๆ
แนวคิดเรื่องของความมั่นคงชายแดน จากการที่มีโอกาสอยู่ชายแดนมาทั้งชีวิต ตั้งแต่เด็กจนถึงเกษียณอายุราชการ ชายแดนมีความจำเป็น กำลังคนที่อยู่ชายแดนมีความจำเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีชีวิตที่สะดวกสบายพอควรแก่สภาพ อาทิ ต้องมีน้ำอุปโภคบริโภค ใช้ในการกินและอยู่ ในลักษณะของน้ำไหล ต้องมีไฟที่สว่าง ทางที่ดี มีสัญญาณโทรศัพท์ อย่างน้อยมีสัญญาณที่ชาร์จแบตโทรศัพท์อุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในขั้นต้น เหล่านี้ พยายามขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กันและจะทำให้เร็วที่สุดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังป้องกันชายแดน
เรื่องของความมั่นคงของชาติ ต้องตั้งอยู่บนกองทัพที่มีความพร้อมรบ ให้มีความพร้อม กระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพกองทัพให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 ในมิติทางด้านของเทคโนโลยี การข่าว และการปฏิบัติหลายมิติ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ การจัดหายุทโธปกรณ์ จะดำเนินการภายใต้ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะของการพึ่งพาตนเอง ให้ได้ระยะยาว ตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานที่มีภารกิจในเรื่องของการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ อยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ
หน่วยแรก คือ หน่วยงานในรูปแบบขององค์การมหาชน ในลักษณะของรัฐวิสาหกิจ เช่น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.)และบริษัท อู่ต่อเรือกรุงเทพ อีกประเภทหนึ่ง คือ หน่วยงานราชการ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (สอปท.) เป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานทั้งสองประเภทนี้ มีภารกิจที่คล้ายคลึงกัน ใกล้เคียงกันมาก เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแต่อาจจะมีความมุ่งหมายที่แตกต่างกันบ้าง คือ สถาบันป้องกันประเทศ และบริษัท อู่ต่อเรือ จะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับประเทศ และพึ่งพาตนเองในระยะยาว
นอกเหนือจากนี้ยังร่วมกับภาคเอกชนในการเสริมสร้างธุรกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในการพาณิชย์ในลักษณะร่วมทุน โดยมีการผลิตที่ประสบความสำเร็จแล้ว และส่งออกได้แล้ว เช่น อาวุธปืนเล็ก ปืนกล แล้วก็ยานเกราะล้อยาง หน่วยงานอีกประเภทหนึ่ง เป็นหน่วยงานทางราชการ คือ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ในสังกัดของเหล่าทัพ มีภารกิจในการผลิตสำหรับกองทัพเป็นหลักโดยมีผลงานที่นำไปใช้แล้วและทำได้แล้ว คือ กระสุนปืนใหญ่ กระสุนปืนเล็ก วัตถุระเบิด ยาเวชภัณฑ์ เป็นต้น
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีคือความได้เปรียบ แต่สิ่งสำคัญยิ่งคือ เราต้องเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่ว่าเป็นแค่ผู้ใช้ เราจะได้ไม่รับผลกระทบอย่างมาก ด้วยศักยภาพของเราเอง ดังนั้น การลงทุนในภาคในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ คือการลงทุนเพื่ออธิปไตย และการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
อีกนโยบายหนึ่งที่สำคัญที่รัฐบาลจะได้มุ่งเดินทางพัฒนาบุคลากรกองหนุนอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ ทหารอาสา เรามีความคิดเห็นพ้องต้องกันว่า ประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสา หรือว่าสมัครใจ ในเรื่องทหารอาสา จากที่คิดว่าเป็นอาชีพเสริมแต่จริง ๆ แล้วคือจิตวิญญาณของความรักชาติ ทหารอาสาจะถูกสร้างขึ้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารอาชีพ ในภารกิจที่เหมาะสมกับขีดความสามารถของเขา
กระทรวงกลาโหมจะให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะและสิทธิสวัสดิการที่เหมาะสมเพื่อจูงใจให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศอย่างเต็มใจ ในภาพรวมของนโยบายทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้นกระทรวงกลาโหมพร้อมที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน เพื่อศักดิ์ศรีของชาติ และเพื่อความสงบสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน







