
ปชป. เตรียมยื่นญัตติด่วน แก้ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ หลังยอดจองโรงแรมวูบ 50%
ประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นญัตติด่วน แก้ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ 4 มิติ หลังพบยอดจองห้องพักช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 หายไปกว่าครึ่ง เผย หลักฐานดาวเทียมชี้ชัด พบจุดความร้อนพุ่งในไทยมากกว่าเพื่อนบ้าน จี้รัฐเร่งช่วยเกษตรกรลดต้นทุนพลังงานก่อนถูกบีบให้ต้องเผาซ้ำซาก
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วนต่อสภาฯ เพื่อแก้ไขวิกฤตฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
- ปัญหาฝุ่นทำให้ยอดจองโรงแรมในภาคเหนือช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลงกว่า 50% เนื่องจากนักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพอากาศ
- ญัตติดังกล่าวเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยพรรคฯ ชี้ว่าต้นตอของฝุ่นส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ ไม่ใช่การเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน
31 มีนาคม 2569 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลอย่างยิ่งต่อปัญหาสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งฝุ่นพิษนี้ไม่เพียงแต่กระทบสุขภาพฉับพลันเท่านั้น แต่ยังเป็น "ภัยเงียบ" ที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาต่อสุขภาพของคนไทยในระยะยาวหากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ
นอกจากปัญหาสุขภาพ ดร.การดี ยังชี้ให้เห็นถึง "สภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต" ที่กระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าข้อมูลจากหอการค้าและการท่องเที่ยวภาคเหนือพบยอดจองโรงแรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ลดลงแล้วกว่า 50% เนื่องจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียและจีนที่มักจองล่วงหน้าเพียง 2-3 สัปดาห์ เริ่มตัดสินใจไม่เดินทางมาเพราะกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและจุดความร้อน (Hotspot) ของ GISTDA เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบข้อบ่งชี้ที่น่าตกใจว่า ฝุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากกลุ่มการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน (Cross-border) ตามที่เคยเข้าใจแต่ตัวเลขวันนี้ชี้ชัดว่า จุดความร้อนกระจุกตัวอยู่ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตถึงทฤษฎีผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันในฤดูกาลเก็บเกี่ยว ที่อาจทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการ "เผาในพื้นที่" เพื่อกำจัดขยะทางการเกษตรและเปลี่ยนพืชเพาะปลูกแทนการใช้เครื่องจักร ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบและหาทางออกอย่างจริงจัง
ดร.การดี กล่าวย้ำว่า เรื่องฝุ่นไม่ใช่เรื่องของ "ไฟไหม้ฟาง" ที่จะพูดกันเฉพาะฤดูกาลอีกต่อไป ในวันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้ง "คณะกรรมาธิการวิสามัญ" เร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นใน 4 มิติหลัก คือ
1.มิติด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
2.มิติด้านการเกษตร การบริหารจัดการขยะเกษตรและต้นทุนพลังงาน
3.มิติด้านสุขภาพ การดูแลรักษาและป้องกันโรคเรื้อรังจากฝุ่น
4.มิติด้านเศรษฐกิจ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและภาพรวมเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ
"คุณภาพอากาศควรเป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน เราต้องการให้ลูกหลานและพ่อแม่ของเราเติบโตในคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่ต้องอยู่บนความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรจากฝุ่นพิษ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นนโยบายหลักเพื่อความยั่งยืนของประเทศต่อไป" ดร.การดี ระบุทิ้งท้าย






