thansettakij
thansettakij
มหาดไทยสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ บังคับใช้กฎหมายคุมฝุ่น PM 2.5 

มหาดไทยสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ บังคับใช้กฎหมายคุมฝุ่น PM 2.5 

31 มี.ค. 69 | 02:06 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 02:10 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ บังคับใช้กฎหมายคุมฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • กระทรวงมหาดไทยสั่งการด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการ 17 จังหวัดภาคเหนือ ให้ยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5
  • เน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ทำให้เกิดจุดความร้อน (Hotspot) และให้ระดมทรัพยากรเพื่อดับไฟป่า
  • ให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด

​นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในภาพรวมของประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

 

ทั้งนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) จึงได้สั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ยกระดับการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รวม 4 แนวทาง อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ได้แก่ 

1. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ 

2. หากพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่เกิดจากการกระทำของบุคคล ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด 

3. ระดมทรัพยากรบุคลากร และอุปกรณ์ทุกชนิดในการดับไฟป่า เพื่อบรรเทาความรุนแรง ทำให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 

4. ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยระดมสรรพกำลังในทุกด้าน และหากเกินกำลังของจังหวัดให้ขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหามายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยเร็ว

​นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รายงานสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ปภ.) อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสถานการณ์ไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สแตนด์บายเข้าดำเนินการระงับเหตุโดยทันที