thansettakij
thansettakij
"เหนือวิกฤต! ฝุ่น PM2.5 พุ่งปรี๊ด เชียงดาว-ปาย อ่วมหนัก เช็ค 12 พื้นที่เสี่ยงที่นี่

"เหนือวิกฤต! ฝุ่น PM2.5 พุ่งปรี๊ด เชียงดาว-ปาย อ่วมหนัก เช็ค 12 พื้นที่เสี่ยงที่นี่

31 มี.ค. 69 | 05:02 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 05:31 น.

"วิกฤตฝุ่นภาคเหนือยังไม่จบ! ค่า PM2.5 เช้านี้ 31 มี.ค. 69 พุ่งสูงในเกณฑ์สีแดงกระทบสุขภาพรุนแรง พบ 'เชียงดาว' และ 'ปาย' ค่าฝุ่นทะลุหลัก 300 มคก./ลบ.ม. เช็กรายชื่อ 12 พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดที่นี่!"

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่นพุ่งสูงเกิน 300 มคก./ลบ.ม. อยู่ในระดับสีแดงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
  • หลายพื้นที่ใน 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เผชิญกับค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานระดับสีแดงติดต่อกันนานหลายวัน
  • สาเหตุหลักมาจากจุดความร้อนในประเทศที่พุ่งสูงถึง 4,750 จุด ประกอบกับหมอกควันข้ามแดน และคาดว่าสถานการณ์จะยังคงน่าเป็นห่วงต่อไปอีก 7 วัน

วันที่ 31 มีนาคม 2569 สถานการณ์ฝุนละออง PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือรวม 17 จังหวัดยังน่าเป็นห่วง แนวโน้มค่าฝุ่นยังเพิ่มขึ้น ล่าสุดสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)ได้ออกประกาศเรื่อง คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานบริเวณภาคเหนือตอนบน ประกอบไปด้วยเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน โดยวันนี้พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. มีค่าระหว่าง 66.9 - 330.2 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง)”  โดยพบค่าฝุ่นระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) มีลำดับดังนี้

  1. ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 330.2 มคก./ลบ.ม.
  2. ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 306.8 มคก./ลบ.ม.
  3. ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 198.4 มคก./ลบ.ม.
  4. ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 181.3 มคก./ลบ.ม.
  5. ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 157.7 มคก./ลบ.ม.
  6. ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 130.2 มคก./ลบ.ม.
  7. ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 123.8 มคก./ลบ.ม.
  8. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 120.4 มคก./ลบ.ม.
  9. ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 115.6 มคก./ลบ.ม.
  10. ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 104.6 มคก./ลบ.ม.
  11. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 93.8 มคก./ลบ.ม.
  12. ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5  เท่ากับ 78.1 มคก./ลบ.ม.

พื้นที่เสี่ยงฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 สะสมต่อเนื่อง

  • ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน 
  • พื้นที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5  เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน
  • พื้นที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน และ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน
  • พื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันมา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน

ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสุขภาพ โดยงดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบากระคายเคืองตา โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ และควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปรกณ์จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ในการนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด งดใช้รถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันสะสมในอากาศอันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย

  • ประชาชนหรือผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ที่เฟสบุ๊ค “สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1” หรือเว็บไซต์ “air4thai.pcd.go.th” หรือแอพพลิเคชั่น “Air4thai”

เช็คคุณภาพอากาศ ผ่านเว็บไซต์ http://air4thai.pcd.go.th/webV3/#/Home

ด้านศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 1 - 7 เมษายน 2569 โดย 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นและยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่

 คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า  17 จังหวัดภาคเหนือ

ขณะที่ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) รายงานว่าพื้นที่ภาคเหนือพบหลายจังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูง – สูงมากต่อเนื่องจากช่วงเช้า อาทิ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา ลำปาง น่าน  แพร่ เป็นต้น

ทั้งนี้ข้อมูลจุดความร้อนของไทยพุ่งขึ้นนิวไฮ (ข้อมูลวันที่ 30 มี.ค.69)  พบ 4,750 จุด โดยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS ระบุว่าจุดความร้อนในไทยเกิดขึ้นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,553 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,717 จุด พื้นที่เกษตร 187 จุด พื้นที่เขต สปก. 161 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 125 จุด  และพื้นที่ริมทางหลวง 7 จุด

ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากที่สุดที่

  • เมียนมา 5,505 จุด 
  • ลาว 2,704 จุด  
  • กัมพูชา 593 จุด 
  • เวียดนาม 489 จุด   
  • มาเลเซีย 51 จุด

จุดความร้อนในไทย