thansettakij
thansettakij
“โสภณ”ขอ สส.ยอมรับรัฐบาลใหม่ เดินหน้าประเทศไม่ให้ติดเดดล็อก

“โสภณ”ขอ สส.ยอมรับรัฐบาลใหม่ เดินหน้าประเทศไม่ให้ติดเดดล็อก

31 มี.ค. 69 | 04:51 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 07:21 น.

“โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ วอน 500 สส. ร่วมกู้ศรัทธาสภา ฟื้นความเชื่อมั่นประชาชนต่อสถาบันนิติบัญญัติหนุนยอมรับรัฐบาลใหม่ เดินหน้าประเทศไม่ให้ติดเดดล็อก

KEY

POINTS

  • นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เรียกร้องให้ สส. ทุกฝ่ายยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ และไม่เกิดภาวะชะงักงัน (เดดล็อก)
  • กระตุ้นให้ สส. ทั้ง 500 คน ร่วมมือกันทำงานเพื่อฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันนิติบัญญัติ และเร่งปรับปรุงภาพลักษณ์การทำงาน
  • เสนอให้ก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยใช้กลไกของสภาฯ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 โดย นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงานและบรรยายในหัวข้อ “เรื่องเล่าของรัฐสภาไทย”

นายโสภณ กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องการเห็นสภาฯ เป็นสถาบันที่ประชาชนศรัทธาและพึ่งพาได้ ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของ สส. ทั้ง 500 คน ที่มาจากหลากหลายพื้นฐาน ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤต

สมาชิกต้องไม่ลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนในช่วงหาเสียง และต้องนำมาปฏิบัติให้เกิดผลจริง เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับ
ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีในสภา

นายโสภณ สะท้อนว่า สภาฯ ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยมองว่า สถาบันนิติบัญญัติยังพัฒนาช้ากว่าสถาบันอื่น ทั้งฝ่ายบริหารและตุลาการ ดังนั้น สภาฯ ชุดที่ 27 จำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนแปลงทั้ง “รูปธรรม” เช่น พฤติกรรมและภาพลักษณ์ของ สส. และ “นามธรรม” คือจิตสำนึกและจิตวิญญาณในการทำหน้าที่
 

ประธานสภาฯ ยังเรียกร้องให้สมาชิกทุกคนเคารพและปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด พร้อมเปิดรับคำวิจารณ์จากสังคม เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน โดยชี้ว่า ภาพลักษณ์ของสภาฯ ในสายตาประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข 

ในด้านบทบาทของสภาฯ นายโสภณ ระบุว่า สภาไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายบริหารแบกรับภาระการแก้ไขวิกฤตเพียงลำพัง แต่ต้องใช้กลไกของสภา เช่น การตั้งกระทู้ การเปิดอภิปราย และ การออกกฎหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริง พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมา กฎหมายส่วนใหญ่ยังมาจากฝ่ายบริหาร มากกว่าจาก สส. หรือประชาชน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยใช้การหารือร่วมกันเพื่อหาข้อยุติในประเด็นสำคัญ เพื่อให้การทำงานของสภามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ การเมืองในภาพรวม โดย นายโสภณ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ตามกลไกของระบบ แม้อาจไม่เป็นที่พอใจของบางฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเข้าสู่ภาวะชะงักงัน หรือ “เดดล็อก” และสามารถเดินหน้าต่อไปได้

“เราจะสร้างสังคมแห่งความรัก หรือความขัดแย้ง อยู่ที่การตัดสินใจร่วมกัน การให้อภัยและการปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการให้ประเทศเดินหน้า” นายโสภณ กล่าว 

พร้อมกันนี้ ประธานสภาฯ ยังเสนอให้หยิบยกญัตติ หรือ ประเด็นค้างจากสภาชุดก่อนมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แทนการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด รวมถึงเน้นการสื่อสารผลงานเชิงบวกของสภาฯ ต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ท้ายที่สุด นายโสภณ เน้นย้ำว่า สภาฯ ต้องไม่เป็นเพียงสถานที่ออกกฎหมายและตรวจสอบเท่านั้น แต่ต้องเป็นต้นแบบของ “จิตวิญญาณประชาธิปไตย” ให้กับสังคม โดยเฉพาะเยาวชน และต้องใช้ทรัพยากรของรัฐสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน