thansettakij
thansettakij
สตช.ยกระดับห้องคุมตัวผู้ต้องหาสู่มาตรฐานสากล เน้นสิทธิมนุษยชน

สตช.ยกระดับห้องคุมตัวผู้ต้องหาสู่มาตรฐานสากล เน้นสิทธิมนุษยชน

26 มี.ค. 69 | 08:59 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มี.ค. 69 | 09:22 น.

สตช.เปิดแผนยกระบบควบคุมตัวผู้ต้องหาใหม่ทั้งประเทศ นำร่องโมเดล สน.ปทุมวัน ใช้เทคโนโลยี Live Scan ย้ำเป้าหมาย“ต้องไม่มีผู้ต้องหาเสียชีวิตระหว่างควบคุมตัว”

KEY

POINTS

  • สตช.ยกระดับห้องควบคุมผู้ต้องหาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส และ การเคารพสิทธิมนุษยชน
  • มีการนำร่องปรับปรุงรูปแบบห้องควบคุม โดยแยกโซนผู้ต้องหาออกจากพื้นที่บริการประชาชน พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบบันทึกข้อมูลและ Live Scan รวมถึงจัดให้มีห้องพยาบาล
  • ศึกษารูปแบบ "ห้องควบคุมตัวรวม" จากสหราชอาณาจักร และมีแผนขยายผลไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ต้องไม่มีผู้ต้องหาเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว

วันที่ 26 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนภายใต้นโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของตำรวจไทยให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย ความโปร่งใส และการเคารพสิทธิมนุษยชน” อย่างเป็นรูปธรรม

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สหราชอาณาจักร รวมถึงหน่วยงานตำรวจในประเทศ เช่น กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในการพัฒนาระบบควบคุมตัวผู้ต้องหา

                             สตช.ยกระดับห้องคุมตัวผู้ต้องหาสู่มาตรฐานสากล เน้นสิทธิมนุษยชน

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า การควบคุมตัวผู้ต้องหาไม่ใช่เพียงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นจุดชี้วัดความเชื่อมั่นของประชาชน และยังเชื่อมโยงโดยตรงกับภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งในมิติการลงทุนและการท่องเที่ยว

ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มนำร่องปรับปรุงรูปแบบการควบคุมตัวในหลายพื้นที่ โดยหนึ่งในต้นแบบสำคัญคือ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ที่มีการออกแบบพื้นที่ใหม่ แยกโซนควบคุมผู้ต้องหาออกจากพื้นที่บริการประชาชนอย่างชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

                     สตช.ยกระดับห้องคุมตัวผู้ต้องหาสู่มาตรฐานสากล เน้นสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น ระบบบันทึกข้อมูลและตรวจสอบมาตรฐาน รวมถึงระบบ Live Scan สำหรับจัดเก็บข้อมูลผู้ต้องหา เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดให้มีห้องพยาบาลรองรับกรณีฉุกเฉิน เพื่อยกระดับความปลอดภัยในทุกมิติ

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การศึกษารูปแบบ “ห้องควบคุมตัวรวม” ตามมาตรฐานของ สหราชอาณาจักร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดภาระงบประมาณ และยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ต้องหาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

                        สตช.ยกระดับห้องคุมตัวผู้ต้องหาสู่มาตรฐานสากล เน้นสิทธิมนุษยชน

สำหรับเป้าหมายระยะต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมขยายรูปแบบดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยเริ่มในพื้นที่สำคัญ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี อุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา รวมถึง 9 สถานีตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เพื่อให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำชัดว่า เป้าหมายสูงสุดของการปฏิรูปครั้งนี้ คือ “ต้องไม่มีผู้ต้องหาเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว” พร้อมสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน