
สตช.-NGO เปิดเวทีเดินหน้าทลายเครือข่ายค้ามนุษย์เด็กและสตรี
สตช.ผนึกกำลัง NGO เปิดเวที “Coffee Talk” เดินหน้าทลายเครือข่ายค้ามนุษย์เด็กและสตรี ยกระดับระบบแจ้งเบาะแส–คุ้มครองเหยื่อทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมมือกับ องค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) จัดเวทีหารือเพื่อเสริมประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองเด็กและสตรี
- มีการนำเสนอข้อมูลสถิติที่ชี้ว่า ปัญหาการค้ามนุษย์มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการใช้เทคโนโลยีออนไลน์และเครือข่ายข้ามชาติ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไข
- เวทีหารือเปิดโอกาสให้ภาคสนามสะท้อนปัญหาจริง พร้อมประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเบาะแสแก่ประชาชนผ่านสายด่วน 1191 และเว็บไซต์ เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือเหยื่อ
วันที่ 9 มีนาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการคุ้มครอง เด็กและสตรี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมข้ามชาติ
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเวที “Coffee Talk” เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านเด็กและสตรี ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569
ตำรวจระดับสูงร่วมกำหนดทิศทาง
การประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์
พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ และหัวหน้าส่วนต่อต้านการค้ามนุษย์
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมอย่างใกล้ชิด
ผนึกกำลัง NGOs ต่อต้านค้ามนุษย์
นอกจากนี้ ยังมีองค์กรภาคประชาสังคมและมูลนิธิที่ทำงานด้านการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์เข้าร่วมเวทีหารือจำนวนมาก อาทิ
ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด (บ้านครูจา)
มูลนิธิราฟาอินเตอร์เนชั่นแนล
มูลนิธิดอกไม้ป่า
Operation Underground Railroad (O.U.R.)
The HUG Project (มูลนิธิฮัก)
โครงการสปริง
มูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม
มูลนิธิเอ-ทเวนตี้
มูลนิธิไนท์ไลท์
มูลนิธิเพื่ออิสรภาพ (The Exodus Road)
มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก (FOCUS)
มูลนิธิองค์กรทำดี
การรวมตัวของเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ หลอมรวมพลังระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม ให้ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อตัดวงจรการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
เปิดสถิติคดี-ชี้อาชญากรรมซับซ้อนขึ้น
หนึ่งในสาระสำคัญของการประชุมคือ การนำเสนอ สถิติคดีการค้ามนุษย์ทางเพศ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเห็นแนวโน้มและพัฒนาการของอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในรูปแบบเครือข่ายข้ามชาติ การใช้เทคโนโลยีออนไลน์ และการล่อลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการพัฒนามาตรการป้องกัน ปราบปราม และ ช่วยเหลือผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
+ย้ำช่องทางแจ้งเบาะแสหัวใจสำคัญ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการประชาสัมพันธ์ ระบบรับแจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเข้าถึงข้อมูลจากประชาชน โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่าน
เว็บไซต์แจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์
https://humantrafficking-report.police.go.th/reporting
หรือ สายด่วน 1191
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างทันท่วงที และเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนเพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์
เวทีเปิดใจสะท้อนปัญหาภาคสนาม
รูปแบบการประชุม “Coffee Talk” ถูกออกแบบให้เป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการ เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติและเครือข่าย NGO ได้สะท้อนปัญหาที่พบจริงในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านกฎหมาย ขั้นตอนการช่วยเหลือผู้เสียหาย หรือการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
ข้อเสนอจากภาคสนามเหล่านี้จะถูกนำมาพัฒนาเป็นแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เพื่อ ลดช่องว่างในการทำงานร่วมกัน และยกระดับระบบการคุ้มครองเด็กและสตรีให้มีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ย้ำภารกิจเพื่อศักดิ์ศรีมนุษย์
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร กล่าวย้ำถึงความสำคัญของภารกิจปราบปรามการค้ามนุษย์ว่า “ทุกหยดเหงื่อของคนทำงาน คือโอกาสรอดชีวิตของเพื่อนมนุษย์”
พร้อมยืนยันว่า ข้อเสนอและข้อสรุปจากการหารือในครั้งนี้ จะไม่หยุดอยู่เพียงในรูปแบบเอกสาร แต่จะถูกนำไปผลักดันเป็น นโยบายและมาตรการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งในด้านสวัสดิการ เครื่องมือ และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อ คืนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีให้กับเด็กและสตรีที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และสร้างระบบการคุ้มครองที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยในระยะยาว

