
ผบ.ตร.สั่งเข้มสกัดลอบส่งออกน้ำมัน ตั้งจุดตรวจ ป้องกันกักตุน-โก่งราคา
สตช.ระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศป้องกันการลักลอบส่งออกน้ำมัน กักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคา ตั้งจุดตรวจจากคลังน้ำมันถึงแนวชายแดน เตือนฝ่าฝืนโทษหนักจำคุกสูงสุด 10 ปี
KEY
POINTS
- ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทั่วประเทศ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง การกักตุน และการขึ้นราคาเกินควร เพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น
- มีการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดบนบกตามเส้นทางสำคัญ และแนวชายแดน พร้อมทั้งให้ตำรวจน้ำใช้เรือตรวจการณ์ลาดตระเวนสกัดกั้นการลักลอบขนถ่ายน้ำมันในทะเล
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบการกระทำผิด พร้อมเตือนผู้ฝ่าฝืนว่ามีโทษรุนแรง จำคุกสูงสุด 10 ปี และมีโทษปรับหนัก
วันที่ 11 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) เรียกประชุมตำรวจทั่วประเทศเป็นการเร่งด่วน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศ รวมถึงการกักตุนและการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันเกินควร
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศ และคุ้มครองประชาชนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ศูนย์ปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยงานตำรวจทั่วประเทศเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยให้ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดตามเส้นทางสำคัญทั่วประเทศ ตั้งแต่พื้นที่คลังน้ำมัน โรงกลั่น ไปจนถึงแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกประเทศ
ในส่วนของการเฝ้าระวังทางทะเล ได้มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจน้ำจัดกำลังเรือตรวจการณ์จำนวน 30 ลำ ออกลาดตระเวนตรวจสอบและสกัดกั้นการลักลอบขนถ่ายน้ำมันในทะเล ทั้งบริเวณฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังจะบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน และกรมศุลกากร เพื่อร่วมกันตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน การลักลอบกักตุน และการฉวยโอกาสโก่งราคาน้ำมัน พร้อมจัดตั้งศูนย์ CCOC เพื่อควบคุมและติดตามการปฏิบัติการในภาพรวมอย่างใกล้ชิด
พล.ต.อ.ธัชชัย ได้เน้นย้ำเตือนผู้ประกอบการหรือกลุ่มผู้ค้าที่คิดจะฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี ด้วยการลักลอบส่งออก กักตุน หรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงสถานการณ์วิกฤต อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาที่มีโทษรุนแรง ซึ่งอาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 10 ปี พร้อมทั้งโทษปรับในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบหรือถูกเอาเปรียบในช่วงที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบส่งออกน้ำมัน การขนถ่ายผิดกฎหมาย การกักตุน หรือการปั่นราคาน้ำมัน สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

