thansettakij
ตำรวจไทย-สหรัฐผนึกกำลังใช้ AI ปราบคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์

ตำรวจไทย-สหรัฐผนึกกำลังใช้ AI ปราบคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์

30 ม.ค. 2569 | 04:06 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ม.ค. 2569 | 05:33 น.

ตำรวจไทย-สหรัฐผนึกกำลังปราบคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์ เดินหน้าใช้ AI ปิดช่องว่างอาชญากรรมข้ามชาติ หวังดัน Tier ไทยขยับ

KEY

POINTS

  • ตำรวจไทยและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หารือเพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการติดตาม วิเคราะห์ และคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรม
  • สหรัฐฯ ให้ความสนใจปัญหาการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอยู่ระหว่างการประเมินระดับ (Tier) ของประเทศไทยด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้ากระชับความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ล่าสุดได้หารือผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและยกระดับมาตรการเชิงระบบ ปิดช่องว่างที่เอื้อต่อการก่ออาชญากรรมในภูมิภาค

                    ตำรวจไทย-สหรัฐผนึกกำลังใช้ AI ปราบคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์

วันนี้ (30 มกราคม 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับ Ms. Rachel M. Poynter รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบและต่อต้านการค้ามนุษย์ (Office to Monitor and Combat Trafficking in Persons : TIP Office) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือข้อราชการ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ ห้องพรหมนอก อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การหารือครั้งนี้ สหรัฐอเมริกาให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีพฤติการณ์ทั้งหลอกลวงประชาชนทั่วโลกให้สูญเสียทรัพย์สิน และหลอกแรงงานไปบังคับทำงานในเครือข่ายอาชญากรรม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อหลายประเทศ โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการประเมิน ระดับ Tier ของประเทศไทย ด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์                    

พล.ต.อ.ธัชชัย ชี้แจงถึงความคืบหน้าการพัฒนา ระบบ SHIELD ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ทั้งข้อมูลขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายค้ามนุษย์ การสืบสวนสอบสวน และฐานข้อมูลผู้เสียหาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกในระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตาม 7 มาตรการสกัดกั้น ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้เตรียม นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการติดตาม วิเคราะห์ และคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย และมีพฤติการณ์มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชายแดนเมียนมา กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นจุดตั้งฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก

นอกจากนี้ ไทยยังมีบทบาทในการ ช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ ที่ถูกหลอกไปทำงานในประเทศเมียนมา ให้สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการตัดโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนที่เชื่อมโยงไปยังพื้นที่ชายแดนเมียนมาและกัมพูชา แม้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ชายแดน แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสกัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในระยะยาว

                   ตำรวจไทย-สหรัฐผนึกกำลังใช้ AI ปราบคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์

ด้าน Ms. Rachel กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของประเทศไทยในการปราบปรามการค้ามนุษย์ที่มีพัฒนาการชัดเจน พร้อมเน้นย้ำให้ไทยให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับมิติ การคุ้มครอง ฟื้นฟู และดูแลเหยื่อ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานภายในประเทศ และพันธมิตรระหว่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่า หากระดับ Tier ของประเทศไทยขยับสูงขึ้น จะส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ และเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันความมุ่งมั่นเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก