thansettakij
thansettakij
ตม.สุราษฎร์รวบพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมสมุนออสเตรเลีย

ตม.สุราษฎร์รวบพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมสมุนออสเตรเลีย

08 มี.ค. 2569 | 10:49 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 11:05 น.

ทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติเกาะพะงัน ตม.สุราษฎร์ รวบพ่อค้ายาอิสราเอล พร้อมสมุนออสซี่ ยึดโคเคน-ยาเอ็กซ์-เคตามีน เตรียมปล่อยขายนักท่องเที่ยว

KEY

POINTS

  • ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี จับกุมพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมผู้เกี่ยวข้องชาวออสเตรเลีย 2 ราย บนเกาะพะงัน
  • ยึดของกลางยาเสพติดจำนวนมาก อาทิ โคเคนเกือบ 400 กรัม ยาอี และเคตามีน ที่เตรียมไว้จำหน่ายให้นักท่องเที่ยว
  • การจับกุมดังกล่าว เป็นการขยายผลเพื่อปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่แฝงตัวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ล่าสุดสามารถจับกุมพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมเครือข่ายชาวออสเตรเลีย บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางยาเสพติดหลายประเภท เตรียมกระจายขายให้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลการจับกุม นาย PEDRO สัญชาติบราซิล ผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่เกาะพะงัน เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

หลังการจับกุมดังกล่าว พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังชุดสืบสวนติดตามกลุ่มผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

                             ตม.สุราษฎร์รวบพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมสมุนออสเตรเลีย

จากการสืบสวนทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และการหาข่าวในพื้นที่ พบว่า มีชาวต่างชาติอีกอย่างน้อย 3 ราย มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน 

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัว นาย OR สัญชาติอิสราเอล ได้บริเวณซอยโคโคนัทเลน ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนเชิญตัวไปตรวจสอบที่ห้องพัก

จากการตรวจค้นภายในห้องพัก พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะโคเคน น้ำหนักรวม 389.35 กรัม บางส่วนมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวขุ่น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเพิ่งถูกลักลอบนำเข้ามาในประเทศ โดยอาจใช้วิธีซุกซ่อนในร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

                                   ตม.สุราษฎร์รวบพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมสมุนออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ยังตรวจพบยาเสพติดประเภทอื่นอีกหลายชนิด ได้แก่

ยาเอ็กซ์ตาซี ทั้งชนิดผงและชนิดเม็ด

เคตามีน

ยางกัญชา

พร้อมกันนี้ ยังพบอุปกรณ์สำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าใช้เตรียมกระจายยาให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ท่องเที่ยว 

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาในข้อหา จำหน่ายและครอบครองยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

                                       ตม.สุราษฎร์รวบพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมสมุนออสเตรเลีย

ระหว่างปฏิบัติการติดตามตัว นาย OR เจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติอีก 2 รายอยู่บริเวณห้องพักเดียวกัน มีท่าทีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม ทราบชื่อภายหลังคือ นาย KIAN และ น.ส. MIKA สัญชาติออสเตรเลีย 

จากการตรวจสอบ พบว่า นาย KIAN มีสารเสพติดประเภทโคเคนในร่างกาย จึงถูกจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย 

ส่วน น.ส. MIKA ปฏิเสธไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาสารเสพติดตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จึงถูกดำเนินคดีในข้อหา ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายยาเสพติด 

พล.ต.ต.ชูธเรศ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายยาเสพติดที่แฝงตัวอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

                                          ตม.สุราษฎร์รวบพ่อค้ายาเสพติดชาวอิสราเอล พร้อมสมุนออสเตรเลีย

“เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการนำยาเสพติดเข้ามากระจายในแหล่งท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว” พล.ต.ต.ชูธเรศ กล่าว  

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นชาวต่างชาติ หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 หรือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 077-423440 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป