
ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษา ยกฟ้องคดี“เคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย”
ศาลปกครองสูงสุดชี้ชัด กฟภ.ล้มประมูลโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ 2.1 พันล้านบาท ถูกต้องตามก.ม. เหตุ TOR ไม่เป็นธรรม จำกัดการแข่งขัน พลิกคำตัดสินศาลปกครองกลาง
KEY
POINTS
- ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำสั่งศาลปกครองกลาง โดยให้ยกฟ้องคดีที่บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่งฯ ฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
- คดีดังกล่าวเกิดจากการที่ กฟภ. ยกเลิกการประกวดราคาโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะสมุย ซึ่งบริษัทกันกุลฯ เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด
- ศาลสูงสุดชี้ว่า การยกเลิกประมูลของ กฟภ. ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา (TOR) มีปัญหา ไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ และเป็นการจำกัดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของ ศาลปกครองกลาง ในคดีที่ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และผู้ว่าการ กฟภ.
กรณีออกประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี วงเงินกว่า 2,133 ล้านบาท ซึ่งใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 30 เมษายน 2563
เดิมที ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ให้เพิกถอนประกาศยกเลิกการประมูลของ กฟภ. โดยเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกลุ่มกิจการร่วมค้ากันกุลเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า สาเหตุสำคัญที่ กฟภ.ยกเลิกการประกวดราคา มาจากปัญหาในเอกสารประกวดราคา (TOR) ที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนสำหรับอุปกรณ์ 4 รายการ
เงื่อนไขดังกล่าวไม่เป็นไปตามแนวทางของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ และไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ส่งผลให้ผู้ยื่นข้อเสนอบางรายไม่ผ่านคุณสมบัติ และเป็นการจำกัดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ศาลเห็นว่า หากปล่อยให้การจัดซื้อจัดจ้างดำเนินต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อ กฟภ. ประกอบกับโครงการดังกล่าวมีวงเงินสูง และยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาผลการประกวดราคา โดยยังไม่มีการประกาศผู้ชนะ
ดังนั้น การที่ กฟภ. และผู้ว่าการ กฟภ. มีคำสั่งยกเลิกการประกวดราคาดังกล่าว จึงเป็นการใช้อำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
ด้วยเหตุนี้ ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง และมีคำสั่ง “ยกฟ้อง” คดีดังกล่าว






