
ศาลปกครองไม่ระงับมาตรการระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน คปภ.ชี้ช่วยลดเบี้ยประกัน
ศาลปกครองกลางยกคำขอทุเลาบังคับใช้คำสั่ง คปภ.ให้กรมธรรม์รถยนต์ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 คน ระบุประชาชนยังเลือกทำประกันแบบไม่ระบุชื่อได้ ขณะที่ คปภ.ชี้มาตรการช่วยลดภาระค่าเบี้ยและส่งเสริมวินัยจราจร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ระบุว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ของคปภ. ซึ่งเป็นมาตรการที่เปิดให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 คน จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 2 คน
ก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวเป็นการชั่วคราว โดยเห็นว่า เป็นการจำกัดสิทธิของบุคคลในการทำสัญญาประกันภัย ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า คำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว ยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
ศาลพิจารณาว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 เป็นเพียงการให้ความเห็นชอบพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน ควบคู่กับแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่แก่บริษัทประกันภัยจำนวน 31 แห่ง ทำให้ผู้เอาประกันภัยยังคงสามารถเลือกทำประกันภัยได้ทั้งสองรูปแบบ
สำนักงาน คปภ. ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาบังคับให้ประชาชนต้องเลือกทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คนเท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้เอาประกันภัยที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี สามารถได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังออกแบบให้มีความยืดหยุ่น โดยแม้กรมธรรม์จะระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ แต่หากมีความจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นใช้รถ ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของบุคคลที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้
สำนักงาน คปภ. เห็นว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงอัตราเบี้ยประกันภัยกับพฤติกรรมการใช้รถจริง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เบี้ยประกันมีความเป็นธรรมมากขึ้น แต่ยังเป็นกลไกหนึ่งในการส่งเสริมวินัยจราจร และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในระยะยาว











