

KEY
POINTS
ท่าอากาศยาน หรือ ที่เราเรียกกันติดปากว่า “สนามบิน” นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการบินที่รองรับผู้โดยสารจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังมีบริการต่าง ๆ สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร หรือผู้ที่เข้ามาใช้บริการภายในสนามบินด้วย โดยทางสนามบินจะทำสัญญาให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่ เพื่อจัดทำหรือให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านกาแฟ ศูนย์อาหาร และ ร้านนวดผ่อนคลาย ฯลฯ ซึ่งหลาย ๆ ท่านคงเคยใช้บริการในระหว่างการรอบิน
พาให้มีประเด็นชวนสงสัยว่า ... หากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการเข้าไปใช้บริการภายในพื้นที่เช่าดังกล่าว เช่น เสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนจากการเข้าไปรับประทานอาหารภายในศูนย์อาหาร หรือร้านอาหาร ที่ไม่ได้มีการทำความสะอาดอย่างเพียงพอ เช่นนี้ ... ผู้ใช้บริการจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ใด ระหว่างผู้ประกอบกิจการ (ผู้เช่าพื้นที่) หรือ ทางสนามบิน (ผู้ให้เช่าพื้นที่) รวมทั้งต้องฟ้องคดีต่อศาลใด (ศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม) ตัวอย่างคดีที่นำมาฝากวันนี้มีคำตอบมาเฉลยครับ ...
เหตุของคดีเกิดขึ้นจาก ... ผู้ฟ้องคดีได้ไปใช้บริการที่ร้านอาหารภายในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เอกชน (บริษัท ม. จำกัด) เช่าประกอบกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม (ประเภท Food Court) จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยผู้ฟ้องคดีใช้บริการไปประมาณ 30 นาที ก็ได้ลุกขึ้นจากเบาะที่นั่ง และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า มีน้ำเจิ่งนองพร้อมเศษอาหารที่ผู้ใช้บริการคนก่อนทำหกไว้ โดยที่ผู้ฟ้องคดีไม่ทันมองเห็นตั้งแต่แรก ทำให้ทั้งน้ำ และเศษอาหารเปียกแฉะเต็มกางเกง แถมไหลย้อยลงมาที่ถุงเท้า และรองเท้าจนเปียกชุ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำ
(เกิดแต่กับเรา ! แล้วจะเดินทางต่อกันยังไงในสภาพนี้ ? ผู้ฟ้องคดีเผลออุทาน)
ผู้ฟ้องคดีไม่พอใจที่ไม่มีการดูแลเรื่องความสะอาดภายในร้านดังกล่าว และเกรงว่า อาจจะมีปัญหาสุขภาพ หรือ ป่วย ตามมาได้ และต้องการทราบเกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไข จึงร้องเรียนไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ รวมทั้งมีหนังสือติดตามทวงถามเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า
จึงเห็นว่า การที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ไม่ดูแลรักษาความสะอาดภายในพื้นที่ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย คือ
(1) ค่าเสียหายของชุดทำงาน (กางเกงขายาว กางเกงชั้นใน รองเท้าหนัง ถุงเท้า และเสื้อเชิ้ตแขนยาว)
(2) ค่าเดินทางเพื่อติดตามผลการร้องเรียน
(3) ค่าโทรศัพท์มือถือในการติดตามข้อร้องเรียน และ
(4) ค่าเสียหายทางร่างกายและจิตใจ (อับอายต่อหน้าสาธารณะ) จึงฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ (ผู้ถูกฟ้องคดี) ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว
คดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า การดูแลความสะอาดบริเวณสนามบินเป็นหน้าที่โดยตรงของ บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ จึงถือเป็นการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นค่าซักรีดชุดทำงานที่เกิดเหตุจำนวน 300 บาท
ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ต้องซื้อชุดทำงานใหม่ ค่าเดินทางเพื่อติดตามข้อร้องเรียน และค่าเสียหายทางร่างกายและจิตใจ
ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ละเลยต่อหน้าที่ในการดูแลรักษาความสะอาดภายในร้านอาหารที่เช่าพื้นที่ของสนามบินหรือไม่ ? และถือเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ ?
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 นั้น “หน้าที่” ดังกล่าวย่อมหมายถึง หน้าที่ทางปกครอง ในความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องดำเนินกิจการทางปกครอง หรือ จัดทำบริการสาธารณะ อันเป็นภารกิจหลักตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวจะบัญญัติไว้ในกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงานทางปกครองนั้น หรือ ตามกฎหมายอื่นที่กำหนดอำนาจหน้าที่ให้พึงต้องปฏิบัติไว้เป็นการเฉพาะ
เมื่อบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการท่าอากาศยาน รวมถึงกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ ตามมาตรา 5 วรรคสอง และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522
ประกอบกับพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2545 จึงเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง หรือ ให้ดำเนินกิจการทางปกครอง
ทั้งนี้ แม้ว่าบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ จะมีอำนาจในการให้เช่าพื้นที่เพื่อทำ Food Court โดยผู้เช่าเป็นผู้ลงทุนตกแต่งพื้นที่และจัดหาอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการทั่วไป โดยจะต้องดูแลพื้นที่ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่สะอาดเรียบร้อย พร้อมใช้งาน ซึ่งเป็นกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยานก็ตาม
แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นภารกิจหลักของ บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ โดยเฉพาะแต่อย่างใด จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลรักษาความสะอาดปลอดภัย เกี่ยวกับอนามัยและทรัพย์สินของผู้โดยสารที่มาใช้บริการในพื้นที่จำหน่ายอาหาร แต่เป็นหน้าที่ของผู้เช่าที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการประกอบกิจการตามสัญญาเช่าพื้นที่ หากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการใช้บริการในร้านอาหาร ย่อมเป็นเรื่องที่ผู้ฟ้องคดีจะต้องไปว่ากล่าวกับผู้เช่าพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อพิพาทในทางแพ่งกันเองต่อไป
กรณีจึงฟังไม่ได้ว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ละเลยต่อหน้าที่และมิได้เป็นการกระทำละเมิดที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ซึ่งกรณีที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ มิได้กระทำละเมิด จึงไม่อาจรับผิดในมูลหนี้ที่ตนมิได้ก่อขึ้นนั้น ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่แม้คู่กรณีจะมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น แต่ศาลก็สามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง จึงพิพากษายกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 305/2568)
สรุปได้ว่า ... บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ มีภารกิจหลักในการจัดทำบริการสาธารณะคือ การประกอบกิจการท่าอากาศยาน (การดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศยานหรือการเดินทางทางอากาศ)
ส่วนกรณีการทำสัญญาให้เอกชนเช่าพื้นที่ประกอบกิจการต่าง ๆ เพื่อให้บริการลูกค้า เช่น ร้านอาหาร นั้น ไม่ถือเป็นการดำเนินกิจการทางปกครองหรือการจัดทำบริการสาธารณะของสนามบิน
โดยหากเกิดความเสียหายขึ้นกับผู้ใช้บริการภายในพื้นที่ดังกล่าวดังเช่นกรณีข้างต้น จะถือเป็นข้อพิพาทในทางแพ่ง มิใช่ข้อพิพาทในทางปกครอง กรณีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ด้วยประการฉะนี้
(ปรึกษาการฟ้องคดีปกครองได้ที่ “สายด่วนศาลปกครอง 1355”)
คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง ฐานเศรษฐกิจออนไลน์