thansettakij
thansettakij
เปิดแฟ้มคดีดัง ค้างท่อ ป.ป.ช. รอชี้ชะตา“บิ๊กการเมือง”

เปิดแฟ้มคดีดัง ค้างท่อ ป.ป.ช. รอชี้ชะตา“บิ๊กการเมือง”

15 มี.ค. 2569 | 06:40 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มี.ค. 2569 | 06:53 น.

เปิดแฟ้มคดีดัง ค้างท่อ ป.ป.ช. รอชี้ชะตา“บิ๊กการเมือง” : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4183

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีสำคัญของนักการเมืองระดับสูงหลายราย รวมถึงคดีจริยธรรมร้ายแรงของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล และคดีของ แพทองธาร ชินวัตร ที่เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นและคลิปเสียง
  • คดีที่ดินเขากระโดงที่เกี่ยวข้องกับ อนุทิน ชาญวีรกูล และคดีซุกหุ้นของศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. 
  • คดีกล่าวหาอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เกี่ยวกับการแปรญัตติงบประมาณ และคดีแจกถุงยังชีพของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นอีกสองคดีที่สังคมจับตาและรอการชี้มูลความผิด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บทบาทของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายทุจริต หรือ ฝ่าฝืนจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ และ นักการเมืองระดับสูง

ท่ามกลางความคาดหวังของสังคม ป.ป.ช.ต้องรับมือกับคดีจำนวนมาก ทั้งคดีทุจริตโครงการรัฐ คดีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รวมถึงคดีจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งหลายคดีมีผลกระทบต่อโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของประเทศโดยตรง

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. มักต้องใช้เวลานาน เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ส่งผลให้คดีสำคัญจำนวนหนึ่ง ยังคงอยู่ระหว่างการไต่สวน หรือ รอการลงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่

สำหรับคดีสำคัญที่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช. และเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามอง ว่า จะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางกฎหมายและการเมืองอย่างไรในอนาคต

คดี 44 สส.ก้าวไกลรอส่งศาลฎา 

หนึ่งในคดีการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ กรณีของ อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่ถูกร้องเรียนว่า การร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คดีนี้ มีพรรคบุคคลสำคัญของ “พรรคส้ม”รอลุ้นชะตา ทั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ณัฐพงษ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย

โดยคดีนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ ได้ลงมติชี้มูลความผิดแล้ว ทางสำนักงาน ป.ป.ช.ก็ร่างคำฟ้องเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเอกสารในสำนวนให้ตรงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จึงขยายเวลาส่งศาลฎีกา จากวันที่ 9 มี.ค. 2569 ออกไปอีก ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์
คดีจริยธรรมร้ายแรง มีโทษทางการเมือง คือ ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

                                   เปิดแฟ้มคดีดัง ค้างท่อ ป.ป.ช. รอชี้ชะตา“บิ๊กการเมือง”

คดีซุกหุ้นบุรีเจริญของศักดิ์สยาม

อีกหนึ่งคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม คือ กรณีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม  และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าปกปิดการถือครองหุ้นในบริษัท หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน

ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ ศักดิ์สยาม พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี หลังพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นคู่สัญญากับรัฐ
หลังคำวินิจฉัยดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือการฝ่าฝืนจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมายอมรับว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้มีมติ “ยกคำร้อง” ในคดีดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่มีมติดังกล่าว ตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของมติว่าเป็นสำนวนเดียวกัน หรือเป็นข้อเท็จจริงชุดเดียวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยต้องตรวจสอบเอกสารและสำนวนคดีอีกครั้ง 

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ด้วยมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ว่า จากพยานหลักฐานและพฤติการณ์แวดล้อมของคดี สามารถรับฟังได้ว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และ นายศุภวัฒน์ เกษมสุข ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น มีการตกลงกันให้นำเงินของนายศักดิ์สยาม ไปดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ในนามของนายศุภวัฒน์ 

กระบวนการดังกล่าว มีการนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่าง ๆ ในนามนายศุภวัฒน์ ก่อนจะขายกองทุนเพื่อนำเงินมาชำระค่าหุ้นให้แก่นายศักดิ์สยาม ซึ่งศาลเห็นว่า เงินจำนวน 119.5 ล้านบาท ยังคงเป็นของนายศักดิ์สยาม ส่งผลให้ยังถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือยังคงสถานะความเป็นหุ้นส่วนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า การที่รัฐมนตรีให้บุคคลอื่นถือครองหรือดูแลหุ้นแทน ไม่ว่าโดยวิธีใด ถือเป็นการกระทำต้องห้ามตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบ มาตรา 187 ทำให้ ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

คดีเขากระโดงพันอนุทิน-ไชยชนก  

ปัญหาที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ระหว่างหน่วยงานรัฐกับผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่

ในคดีนี้ มีการร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบทบาทของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย และ ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาที่ดินดังกล่าวหรือไม่

ปัจจุบัน ป.ป.ช.ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น

เนื่องจากคดีเกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิในที่ดินของรัฐ จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารจำนวนมาก ก่อนจะตัดสินใจว่าจะตั้งคณะกรรมการไต่สวนหรือไม่

                                    เปิดแฟ้มคดีดัง ค้างท่อ ป.ป.ช. รอชี้ชะตา“บิ๊กการเมือง”

แปรงบประมาณโยง“เศรษฐา”

อีกหนึ่งคดีที่อยู่ในความสนใจของฝ่ายการเมือง คือ ข้อร้องเรียนต่อ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า  อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดสรร หรือ แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568
ผู้ร้องเรียนระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจเข้าข่ายการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา

ปัจจุบัน ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อกล่าวหาเบื้องต้น โดยมีการขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเอกสารการพิจารณางบประมาณของรัฐสภา

หากพบว่า มีมูลเพียงพอ ป.ป.ช.อาจตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

“แพทองธาร”กับปมตั๋วPNซื้อหุ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่กลายเป็นข้อถกเถียงทางการเมือง คือ กรณีการใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ PN) ในการซื้อขายหุ้นมูลค่าประมาณ 4,400 ล้านบาท

คดีนี้เกี่ยวข้องกับ แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าโครงสร้างธุรกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายนิติกรรมอำพรางหรือการหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 218.7 ล้านบาทหรือไม่

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตีความว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการซื้อขายหุ้นตามปกติ หรือ เป็นการโอนทรัพย์สินในลักษณะของการให้ ซึ่งอาจต้องเสียภาษีการให้ตามกฎหมาย 

ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น หากพบว่ามีความผิด อาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง รวมถึงการดำเนินคดีทางกฎหมาย

จริยธรรม“แพทองธาร”ปมคลิปเสียง

นอกจากประเด็นธุรกรรมทางการเงินแล้ว ยังมีคำร้องบางส่วนที่กล่าวหาว่า การกระทำของ แพทองธาร ชินวัตร อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

กรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง

คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคำร้องและพิจารณาข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดย ป.ป.ช.ได้ขอเอกสารคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

หากพบว่า มีมูลเพียงพอ คดีอาจถูกยกระดับไปสู่การตั้งคณะกรรมการไต่สวน และหากสรุปว่ามีความผิด ต้องส่งไปศาลฎีกา ซึ่งปลายทางของคดีคือ ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

ขณะเดียวกัน “แพทองธาร” ยังเผชิญคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวหา “รัฐบาลแพทองธาร” ส่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง

“พีระพันธุ์”แจกถุงยังชีพใกล้สรุป

อีกคดีของนักการเมืองดัง คือ กรณีกล่าวหา พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกฯและรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กรณีแจกถุงยังชีพ ปรากฏหน้า และชื่อตัวเองบนถุง 

โดยปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตั้งองค์คณะไต่สวน และแจ้งข้อกล่าวหา พีระพันธุ์ ทางเจ้าตัวก็ได้รับทราบข้อกล่าวหา และได้มีการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังคณะกรรมการไต่สวนแล้ว 

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนักในการพิจารณาสรุปสำนวนคดี

คดีต่างๆ ดังกล่าว หาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด คดีอาจถูกส่งต่อไปยังศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดแล้ว ผู้ถูกกล่าวหายังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

คดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.จำนวนไม่น้อยเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูง และประเด็นผลประโยชน์ของรัฐ

ผลการพิจารณาของคดีเหล่านี้ ไม่เพียงมีผลทางกฎหมายต่อผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจทางการเมืองในระยะต่อไปได้ด้วย...

รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4183