
“ฮั้ว สว.”ยังไม่จบ กกต.ชี้มติอนุฯ แค่กลั่นกรองสำนวนด่านแรก
สำนักงาน กกต. ออกโรงแจงมติอนุฯ 5 ต่อ 2 ปล่อยผี 229 สว. ในคดีฮั้ว สว. เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการพิจารณาสำนวน ไม่ผูกพันการวินิจฉัยของ กกต.
KEY
POINTS
- กกต. ชี้แจงว่ามติของคณะอนุกรรมการฯ ที่วินิจฉัยยกคำร้องคดีฮั้วเลือก สว. ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด
- มติดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการกลั่นกรองสำนวนในชั้นต้นตามระเบียบเท่านั้น
- ความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ ไม่มีผลผูกพัน และจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดต่อไป
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับมติของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 คน ซึ่งประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคการเมือง และบุคคลในเครือข่าย ไม่มีความผิดตามที่ถูกร้องเรียน
สำนักงาน กกต. ระบุว่า การพิจารณาของคณะอนุกรรมการดังกล่าว เป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนของกระบวนการกลั่นกรองสำนวนตามระเบียบที่กำหนดไว้ มิใช่คำวินิจฉัยขั้นสุดท้ายของ กกต. และไม่ได้เป็นการดำเนินการที่มีขึ้นใหม่แต่อย่างใด
ทั้งนี้ เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 พิจารณาสำนวนแล้ว จะจัดทำความเห็นเสนอสำนักงาน กกต. ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาและมีคำวินิจฉัยต่อไป
สำนักงาน กกต. อธิบายว่า ขั้นตอนดังกล่าวเป็นไปตาม ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดกระบวนการพิจารณาสำนวนเป็นลำดับขั้น
โดยใน ขั้นตอนที่ 4 ของกระบวนการดังกล่าว ระบุว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับสำนวนพร้อมความเห็นจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งแล้ว จะต้องพิจารณาชี้ขาดหรือมีคำสั่งการโดยเร็ว
สำนักงาน กกต. ระบุว่า ขณะนี้กรณีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงาน กกต. ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการพิจารณาสำนวนที่กำหนดไว้ โดยความเห็นของคณะอนุกรรมการในแต่ละลำดับเป็นการใช้ดุลยพินิจอย่างอิสระในการเสนอความเห็น แต่ ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในเรื่องดังกล่าว สำนักงาน กกต. จะดำเนินการแจ้งให้ประชาชนรับทราบต่อไป









