
สะพัด! มติอนุ กกต. 5 ต่อ 2 ปล่อยผี 229 สว. คดีฮั้ว-ไร้มูลผิด
สะพัดมติอนุ กกต. “คดีฮั้ว สว.” ไร้มูล ปล่อย 229 ผู้ถูกกล่าวหา เสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ค้านผลสอบเดิม เตรียมส่งเรื่องให้ กกต.ชุดใหญ่ชี้ขาด
KEY
POINTS
- คณะอนุกรรมการ กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ว่าผู้ถูกกล่าวหา 229 รายในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ไม่มีมูลความผิด
- ผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน 138 ราย และกลุ่มนักการเมืองกับผู้เกี่ยวข้องอีก 91 ราย
- มติดังกล่าวเป็นการกลับผลสอบสวนของคณะกรรมการชุดแรกที่เคยชี้ว่ามีมูลความผิด และต้องเสนอให้ กกต. ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดเป็นขั้นตอนสุดท้าย
วันที่ 12 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือที่ถูกเรียกว่า “คดีฮั้ว สว.” ว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งได้รับมอบหมายให้พิจารณาสำนวนการไต่สวนส่วนกลางที่ 87 ได้มีมติด้วยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นค้านผลการสอบสวนเดิมของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง
มติดังกล่าวระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย “ไม่มีมูลความผิด” ตามข้อกล่าวหาที่ถูกร้องเรียน โดยผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันจำนวน 138 ราย และกลุ่มนักการเมือง รวมถึงกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกพรรคการเมือง และบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 91 ราย
ทั้งนี้ มติของคณะอนุกรรมการจะถูกจัดทำเป็นรายงานอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ ซึ่งมีกรรมการรวม 7 คน พิจารณาวินิจฉัยขั้นสุดท้ายว่า จะเห็นชอบตามมติดังกล่าวหรือไม่
เปิดไทม์ไลน์คดีฮั้ว สว.
สำหรับคดีนี้เริ่มต้นจากการที่ กกต.แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเป็นการทำงานร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
คณะกรรมการชุดดังกล่าวมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน และได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนส่วนกลางที่ 87
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางได้สรุปผลการสอบสวนว่า พบมูลความผิดของผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และเสนอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้น เพื่อพิจารณาข้อโต้แย้งเกี่ยวกับผลการสอบสวนดังกล่าว
คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ตรวจสอบสำนวนการไต่สวนและให้ความเห็นต่อประเด็นข้อโต้แย้งทางกฎหมาย ก่อนเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่
รายชื่อคณะอนุกรรมการ
คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน ได้แก่
ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ เป็นประธาน
นายอนุชา จันทร์สุริยา ที่ปรึกษา กกต.
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
นายนันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร
นายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ
นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
นายธัชสกล พรหมจมาศ อดีตที่ปรึกษา กกต.
โดยคณะอนุกรรมการมีอำนาจพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และเสนอความเห็นต่อ กกต.ชุดใหญ่
เสียงข้างน้อยชี้ควรดำเนินคดี
รายงานข่าวยังระบุว่า ในการประชุมพิจารณาครั้งล่าสุด มีกรรมการจำนวน 2 คน แสดงความเห็นแย้งกับมติส่วนใหญ่ โดยเห็นว่า ควรมีการชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 134 ราย จากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงข้างมากมีมติว่า ไม่มีมูลความผิด จึงทำให้ข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย มีแนวโน้มที่จะถูกยุติ หากคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่เห็นชอบตามมติดังกล่าว
จับตา กกต.ชุดใหญ่ชี้ขาด
ขั้นตอนต่อจากนี้ คณะอนุกรรมการจะต้องจัดทำรายงานสรุปความเห็นอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
หาก กกต.ชุดใหญ่มีมติยืนยันตามข้อเสนอของอนุกรรมการ ก็จะทำให้คดีฮั้ว สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากนี้สิ้นสุดลงโดยไม่มีการดำเนินคดี
แต่หาก กกต.เห็นต่าง ก็อาจมีการสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติม หรือดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ผลการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ในคดีนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมจับตามอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภา และเครือข่ายนักการเมืองจำนวนมาก











