thansettakij
thansettakij
มติ ป.ป.ช.ยกคำร้องคดี "ศักดิ์สยาม”นอมินีหุ้นบุรีเจริญ ตั้งแต่ ก.ย. 68

มติ ป.ป.ช.ยกคำร้องคดี "ศักดิ์สยาม”นอมินีหุ้นบุรีเจริญ ตั้งแต่ ก.ย. 68

13 มี.ค. 2569 | 07:08 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มี.ค. 2569 | 07:21 น.

สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เลขาฯ ป.ป.ช.คอนเฟิร์ม! ที่ประชุมใหญ่ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” นอมินีหุ้นบุรีเจริญฯ ตั้งแต่ ก.ย.68

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องคดีที่กล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีถือหุ้นแทน (นอมินี) ใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีมติตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
  • มติของ ป.ป.ช.ถูกจับตามองเนื่องจากอาจมีท่าทีที่แตกต่างจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยตัดสินว่า นายศักดิ์สยาม มีความผิดจนต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี
  • เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า ต้องตรวจสอบรายละเอียดสำนวนคดีอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบว่าข้อเท็จจริงที่ใช้พิจารณาเป็นชุดเดียวกับของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับผลการพิจารณาคดีที่มีการกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ จากข้อกล่าวหาเรื่องการถือหุ้นแทนใน ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

นายสุรพงษ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้มีมติ “ยกคำร้อง” ในคดีดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่มีมติดังกล่าว ตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของมติว่าเป็นสำนวนเดียวกัน หรือเป็นข้อเท็จจริงชุดเดียวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยต้องตรวจสอบเอกสารและสำนวนคดีอีกครั้ง 

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ด้วยมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ว่า จากพยานหลักฐานและพฤติการณ์แวดล้อมของคดี สามารถรับฟังได้ว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และ นายศุภวัฒน์ เกษมสุข ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น มีการตกลงกันให้นำเงินของนายศักดิ์สยามไปดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ในนามของนายศุภวัฒน์ 

กระบวนการดังกล่าวมีการนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่าง ๆ ในนามนายศุภวัฒน์ ก่อนจะขายกองทุนเพื่อนำเงินมาชำระค่าหุ้นให้แก่นายศักดิ์สยาม ซึ่งศาลเห็นว่า เงินจำนวน 119.5 ล้านบาท ยังคงเป็นของนายศักดิ์สยาม ส่งผลให้ยังถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือยังคงสถานะความเป็นหุ้นส่วนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า การที่รัฐมนตรีให้บุคคลอื่นถือครองหรือดูแลหุ้นแทน ไม่ว่าโดยวิธีใด ถือเป็นการกระทำต้องห้ามตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบ มาตรา 187 ทำให้ ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามสิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก ป.ป.ช. ที่มีมติยกคำร้องตั้งแต่ปี 2568 จึงถูกจับตาว่า อาจมีท่าทีที่แตกต่างจากข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยังต้องรอการตรวจสอบรายละเอียดของสำนวนและเหตุผลในมติอย่างเป็นทางการต่อไป ว่ามีข้อเท็จจริงหรือประเด็นทางกฎหมายที่แตกต่างกันหรือไม่