thansettakij
คำร้อง"เลือกตั้งโมฆะ"พุ่ง 28 เรื่อง ผู้ตรวจฯ เร่งแสวงหาข้อเท็จจริง

คำร้อง"เลือกตั้งโมฆะ"พุ่ง 28 เรื่อง ผู้ตรวจฯ เร่งแสวงหาข้อเท็จจริง

19 ก.พ. 2569 | 06:49 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.พ. 2569 | 07:03 น.

ผู้ตรวจการแผ่นดินเผยประชาชนร้องเอาผิด กกต.แล้ว 28 เรื่อง ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 18 เรื่อง- จัดเลือกตั้งไม่ชอบ 10 เรื่อง เร่งแสวงหาข้อเท็จริงก่อนสรุปมีมูล-ไม่มีมูล ต้องส่งศาล รธน.หรือไม่

KEY

POINTS

  • ผู้ตรวจการแผ่นดินรับคำร้องขอให้วินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้วจำนวน 28 เรื่อง และกำลังเร่งรวบรวมข้อเท็จจริง
  • คำร้องแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ การใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจละเมิดสิทธิ (18 เรื่อง) และการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (10 เรื่อง)
  • ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งแสวงหาข้อเท็จจริง ก่อนสรุปว่าคำร้องมีมูลเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องจากภาคประชาชนหลายกลุ่ม ที่ยื่นขอให้ส่งเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยกรณีการพิมพ์ Barcode/QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงปัญหาการจัดการเลือกตั้งของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

รับคำร้องแล้ว 28 เรื่อง แยก 2 ประเด็นหลัก

พล.ต.อ.สรายุทธ ระบุว่า ขณะนี้มีคำร้องเข้ามาทั้งหมด 28 เรื่อง และสำนักงานฯ ได้รับไว้พิจารณาทั้งหมด โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 

1.ปมละเมิดสิทธิ - ลงคะแนนไม่เป็นความลับ 18 เรื่อง

มีผู้ร้อง 18 ราย อ้างว่า การพิมพ์บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิได้ ส่งผลให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 

ในส่วนนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงจากทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง คือ กกต. จากนั้นจึงวินิจฉัยตามพยานหลักฐานว่า คำร้องมีมูลเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่ โดยกรอบเวลาพิจารณาต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วัน 

                           พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทั้งนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือถึง กกต. เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกลับมาภายใน 7 วัน โดยย้ำว่า ต้องเปิดโอกาสให้ กกต. ชี้แจงเพื่อความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม หาก กกต. ไม่ส่งคำชี้แจงกลับมา ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาจากข้อมูลฝ่ายผู้ร้องเพื่อประกอบการตัดสินใจได้

2.ปมการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย 10 เรื่อง

อีก 10 คำร้อง เป็นประเด็นเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เจ้าหน้าที่ กกต. รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  

ในประเด็นนี้ เป็นอำนาจวินิจฉัยโดยตรงของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามกฎหมายที่ให้อำนาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาตายตัว การพิจารณาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของคำร้องและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ย้ำหลักนิติธรรม–ใครผิดว่าไปตามผิด 

พล.ต.อ.สรายุทธ ยืนยันว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่นิ่งนอนใจต่อทุกคำร้องของประชาชน เพราะ “ทุกข์ของประชาชนรอไม่ได้” แต่กระบวนการพิจารณาต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และยึดหลักนิติธรรม ไม่สามารถใช้ความรู้สึกตัดสินได้ 

“ใครทำผิดก็ว่าไปตามความผิด ไม่จำเป็นต้องเชื่อมั่นเรา แต่ขอให้ดูจากการกระทำว่ายึดโยงกับกฎหมายหรือไม่” ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าว