thansettakij
“ทนายอั๋น”ยื่นผู้ตรวจฯ ชงศาล รธน.สั่งเลือกตั้ง“โมฆะ”ปมบาร์โค้ด

“ทนายอั๋น”ยื่นผู้ตรวจฯ ชงศาล รธน.สั่งเลือกตั้ง“โมฆะ”ปมบาร์โค้ด

13 ก.พ. 2569 | 06:13 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.พ. 2569 | 09:09 น.

“ทนายอั๋น”ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “เลือกตั้งโมฆะ”ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่อขัดหลักลงคะแนนลับ “ทันกวินท์”ขอศาลสั่งชะลอรับรองผลเลือกตั้ง สส.

KEY

POINTS

  • ทนายอั๋นยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
  • อ้างว่าการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้ระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ
  • นอกจากประเด็นบาร์โค้ด ยังตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนบัตรเลือกตั้ง 2 ประเภทที่ไม่เท่ากัน และ ความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดพิมพ์

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารซี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋นบุรีรัมย์” เข้ายื่นหนังสือต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกรณีการจัดทำบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มีบาร์โค้ด ซึ่งอาจสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้ อันอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96

นายภัทรพงศ์ ระบุว่า ประเด็นแรกที่ยื่นร้อง คือ การที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิ ทำให้การออกเสียงไม่เป็นความลับ ขัดต่อหลักการ “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญ พร้อมอ้างว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีแนววินิจฉัยในลักษณะคุ้มครองหลักการลงคะแนนลับมาก่อน จึงเห็นว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏชัด การเลือกตั้งครั้งนี้ควรถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ

ประเด็นที่สอง คือ ความแตกต่างของจำนวนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจำนวนจึงไม่เท่ากัน พร้อมทั้งขยายผลไปถึงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีลักษณะการใช้บาร์โค้ดเช่นเดียวกัน โดยเห็นว่าอาจเข้าข่ายกระทบหลักการลงคะแนนลับเช่นกัน

นายภัทรพงศ์ ยังตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการจัดพิมพ์เอกสารเลือกตั้ง โดยอ้างว่า มีผู้ร้องเรียนส่งข้อมูลถึงตน เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการกำหนดสเปก และการจัดพิมพ์เอกสารเลือกตั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง 
ในส่วนของข้อสงสัยเรื่องบาร์โค้ด นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงรหัสบนบัตรกับต้นขั้วและลำดับผู้ใช้สิทธิ ก็อาจทำให้ทราบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง แต่หากไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ก็พร้อมยุติข้อสงสัย

ทั้งนี้ จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน หากภายใน 15 วันไม่มีความคืบหน้า จึงจะพิจารณายื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณา

ขณะเดียวกัน นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นเดียวกัน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกำหนดรูปแบบและรายละเอียดบัตรเลือกตั้ง สส. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

พร้อมกันนี้ ยังขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. ไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข้อกังวลจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก กกต. และการพิจารณาตามกระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไป