thansettakij
“วิษณุ”ฟันธงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเสี่ยงขัดรธน. หากพิสูจน์ได้ไม่ลับ

“วิษณุ”ฟันธงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเสี่ยงขัดรธน. หากพิสูจน์ได้ไม่ลับ

19 ก.พ. 2569 | 04:36 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.พ. 2569 | 05:36 น.

“วิษณุ เครืองาม”ฟันธงปม “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หากพิสูจน์ได้ว่า “ไม่ลับ” อาจถึงขั้นเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ

KEY

POINTS

  • นายวิษณุ เครืองาม ชี้ว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ หากพิสูจน์ได้ว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งจะทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ
  • ให้ความเห็นว่า "ความลับ" ตามรัฐธรรมนูญต้องเป็นความลับตลอดไป หากมีโอกาสตรวจสอบได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็ถือว่าไม่เป็นความลับแล้ว
  • หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ลับ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ เนื่องจากใช้บัตรเลือกตั้งรูปแบบเดียวกัน

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้บรรยายในหัวข้อ “ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย” ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส. รุ่น 14) โดยภายหลังการบรรยาย ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรซักถามถึงสถานการณ์การเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนหลายประเด็น  

หนึ่งในคำถามสำคัญ คือ กรณีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อกังวลว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ อันอาจทำให้การลงคะแนน “ไม่เป็นความลับ” และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85

2 แนวตีความ“ลับหรือไม่ลับ” 

นายวิษณุ อธิบายว่า ประเด็นดังกล่าวสามารถตีความได้ 2 แนวทาง ได้แก่

1.ไม่ลับ – หากบาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงว่าใครลงคะแนนอย่างไร ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่บัญญัติให้การเลือกตั้งต้องกระทำโดยตรงและลับ

2.ยังถือว่าลับ – เพราะการพิจารณาความลับอาจยึดเฉพาะช่วงเวลาที่ผู้ มีสิทธิทำเครื่องหมายในคูหาเลือกตั้ง โดยไม่คำนึงถึงขั้นตอนหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ ระบุว่า โดยความเห็นส่วนตัว เห็นด้วยกับแนวทางแรก คือหากมี “โอกาส” ตรวจสอบย้อนกลับได้ ก็ย่อมไม่อาจถือว่าเป็นความลับอย่างแท้จริง เพราะคำว่า “ลับ” ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้จำกัดช่วงเวลา แต่ต้องเป็นความลับตลอดไป

เทียบเคียงกรณีเลือกตั้งปี 2549 

นายวิษณุ ยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งในขณะนั้นมีการจัดคูหาเลือกตั้งในลักษณะที่ผู้คนสามารถมองเห็นการลงคะแนนได้ แม้จะเกิดขึ้นเพียงบางพื้นที่ แต่ท้ายที่สุดก็มีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ 

พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า หากกรณีบาร์โค้ดถูกส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลอาจพิสูจน์โดยสุ่มบัตรเลือกตั้งหนึ่งใบ นำบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้วและบัญชีรายชื่อ หากสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้ ก็อาจตีความว่า “ไม่ลับ” ทันที

เสี่ยงเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ 

เมื่อถูกถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุระบุว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าการลงคะแนนไม่ลับ ก็มีทางเลือกเพียงสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากบัตรเลือกตั้งรูปแบบเดียวกันใช้ทั่วประเทศ จะเลือกแก้ไขเฉพาะบางเขตไม่ได้ 

ทั้งนี้ ในอดีต กกต. เคยต้องรับผิดชอบจากกรณีเลือกตั้งปี 2549 ทั้งการจัดเลือกตั้งใหม่ และ ผลทางกฎหมายต่อกรรมการ กกต. หลายราย

เตือนความท้าทายรัฐบาลใหม่ 

นอกเหนือจากประเด็นบาร์โค้ด นายวิษณุ ยังประเมินว่า รัฐบาลชุดใหม่อาจต้องเผชิญความขัดแย้งระยะยาว ทั้งความขัดแย้งภายในจากการจัดสรรตำแหน่ง และความเห็นต่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้แทนจากหลากหลายกลุ่มความคิดในสังคม