thansettakij
“เพื่อไทย”สบช่องจ่อร้องศาล รธน.วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะปมบัตรเลือกตั้ง

“เพื่อไทย”สบช่องจ่อร้องศาล รธน.วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะปมบัตรเลือกตั้ง

13 ก.พ. 2569 | 04:45 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.พ. 2569 | 05:01 น.

พรรคเพื่อไทยเร่งรวบรวมหลักฐานปม “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” หวั่นกระทบความลับในการลงคะแนน จ่อร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

KEY

POINTS

  • พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่า บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ
  • พรรคเพื่อไทยกำลังรวบรวมหลักฐาน เพื่อเตรียมยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
  • นายชูศักดิ์ ศิรินิล ชี้ว่า การลงคะแนนที่ไม่เป็นความลับ เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้วในอดีต

วันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ว่า ขณะนี้พรรคได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างละเอียด 

นายชูศักดิ์อธิบายว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เดิมบัตรเลือกตั้งจะมีเพียง “รหัสลับ” เพื่อใช้ระบุว่าบัตรดังกล่าวถูกจัดส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งหรือเขตใดเท่านั้น โดยไม่สามารถระบุได้ว่า ใครเป็นผู้ลงคะแนน แต่กรณีการมีบาร์โค้ดเพิ่มเติมบนบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ และประชาชนต้องลงลายมือชื่อในต้นขั้วก่อนรับบัตร ก็อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า บุคคลใดลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด 

“หากเป็นเช่นนั้นจริง จะกระทบต่อหลักการสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับ ซึ่งเป็นหลักการตามรัฐธรรมนูญ” นายชูศักดิ์กล่าว พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาเหตุที่ศาลเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ มีประเด็นสำคัญอยู่ 2 กรณี คือ 

1. การลงคะแนนไม่เป็นความลับ 

2. การจัดการเลือกตั้งไม่พร้อมกันทั่วประเทศ 

สำหรับแนวทางการดำเนินการ หากจะยื่นคำร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายชูศักดิ์ ระบุว่า ตามกระบวนการกฎหมาย ต้องยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้เอง แต่มีอำนาจเพียงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่พบปัญหาเท่านั้น 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และมีการประชุมหารืออย่างต่อเนื่อง หากพบหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

เมื่อถูกถามว่าหากพบว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับจริง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีความผิดหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่ามีเจตนา หรือเป็นความบกพร่องในการดำเนินการหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบต่อไป