thansettakij
ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนเล็งยื่นศาล รธน.ล้มเลือกตั้งปมบาร์โค้ด

ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนเล็งยื่นศาล รธน.ล้มเลือกตั้งปมบาร์โค้ด

13 ก.พ. 2569 | 06:04 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.พ. 2569 | 09:10 น.

ผู้สมัคร ปชน.ปทุมธานี เขต 8 ร้อง กกต. แจงปม QR Code–บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส่อกระทบหลัก “ลงคะแนนลับ” เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน

KEY

POINTS

  • ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบบาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
  • ตั้งข้อสังเกตว่า รหัสดังกล่าวอาจใช้ระบุตัวตนและตรวจสอบการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับ
  • เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หากคำชี้แจงของ กกต. ไม่ชัดเจน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 8 จังหวัดปทุมธานี จากพรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ชี้แจงกรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) และบาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด อันอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง

นายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นอดีต สส. และอดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กล่าวว่า ตนและทีมงานได้สังเกตเห็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งระหว่างไปใช้สิทธิ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกัน และพบว่า การสแกนบาร์โค้ดบนบัตรสีชมพู สามารถเชื่อมโยงกับเลขที่ต้นขั้วได้

ทั้งนี้บัตรเลือกตั้งสีชมพูและต้นขั้วมีหมายเลขตรงกัน หากสามารถเชื่อมโยงเลขดังกล่าวกับลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อ (แบบ ส.ส.1/3) ซึ่งเป็นลำดับเฉพาะบุคคล (Unique) ก็อาจทำให้ทราบได้ว่า บุคคลใดลงคะแนนให้หมายเลขใด 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงบัตรสีเขียวที่มีคิวอาร์โค้ดเป็นรหัส 5 หลัก ประกอบด้วยตัวเลข 0-9 และตัวอักษร a-z รวม 36 ตัวอักษร เมื่อนำมาจัดเรียงกัน 5 หลัก จะสามารถสร้างชุดรหัสได้มากกว่า 60 ล้านรูปแบบ ซึ่งเพียงพอกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 52 ล้านคน จึงมองว่าอาจเป็นรหัสเฉพาะรายบุคคลเช่นเดียวกัน 

นายประสิทธิ์เปรียบเทียบว่า รหัสเฉพาะดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งสามารถใช้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากมีฐานข้อมูลรองรับ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการจัดทำฐานข้อมูลเชื่อมโยงเลขบัตรเลือกตั้งกับรหัสคิวอาร์โค้ด ก็อาจตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นขั้วและตัวผู้ใช้สิทธิได้

ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ยังแสดงความกังวลว่า หากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จริง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการซื้อเสียง เพราะผู้ที่จ่ายเงินอาจตรวจสอบได้ว่า ผู้รับเงินลงคะแนนให้ตามที่ตกลงหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรง หรือ การคุกคามประชาชน และกระทบต่อหลักการประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง

นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 บัตรเลือกตั้งก็มี QR Code เช่นกัน แต่ขณะนั้นไม่ได้ตั้งข้อสังเกต จนกระทั่งครั้งนี้ ทีมงานได้ตรวจพบและนำมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง 

สำหรับแนวทางต่อไป เบื้องต้นได้มายื่นเรื่องเพื่อให้ กกต. ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นของการกำหนดสเปกดังกล่าวก่อน หากคำชี้แจงไม่ชัดเจนหรือไม่สมเหตุสมผล ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เข้าข่ายเป็นโมฆะหรือไม่

ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดสเปกและการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งอาจต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะในส่วนของ กกต. ซึ่งเป็นผู้กำหนดรายละเอียดการจัดพิมพ์ทั้งหมด 
พร้อมย้ำว่า หากข้อสงสัยดังกล่าวเป็นจริง การเลือกตั้งครั้งนี้อาจมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อหลักการ “ออกเสียงโดยตรงและลับ” อย่างมีนัยสำคัญ และควรได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการรัฐธรรมนูญต่อไป