

KEY
POINTS
บรรยากาศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง 2569 ยังไม่สิ้นสุดกระบวนการตามกฎหมาย แต่ “ภาพใหญ่” ของสมการอำนาจเริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่ส่งสัญญาณชัดว่า สูตรจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้เป็น “สีธงชาติ”
แม้เจ้าตัวย้ำว่า ยังต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลอย่างเป็นทางการ ซึ่งตามกรอบกฎหมายมีเวลา 60 วัน ที่ผ่านมาใช้เวลา 30 วัน และไม่สามารถเร่งรัดกระบวนการได้ แต่คำตอบสั้น ๆ ว่า “สีธงชาติ” ได้กลายเป็นรหัสทางการเมืองที่หลายฝ่ายนำไปถอดความทันที
ถอดรหัสสีธงชาติ-พท.ร่วมรัฐบาล
ธงไตรรงค์ของไทยประกอบด้วย สีแดง ขาว และ น้ำเงิน หากตีความในทางการเมือง
สีแดง คือ พรรคเพื่อไทย
สีน้ำเงิน คือ พรรคภูมิใจไทย
เมื่อพิจารณาตัวเลข สส. ที่คาดการณ์ล่าสุด สูตร “อนุทิน 2” มีความเป็นไปได้สูงว่าจะประกอบด้วย 4 พรรคหลัก ได้แก่
-พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง (แกนนำจัดตั้งรัฐบาล)
-พรรคเพื่อไทย 74 เสียง
-พรรคกล้าธรรม 58 เสียง
-พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง
รวมทั้งสิ้น 330 ที่นั่ง จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากที่ “เกินครึ่งแบบมีระยะห่าง” และเพียงพอต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีเสถียรภาพมั่นคง
หากตัวเลขดังกล่าวได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ รัฐบาล “อนุทิน 2” จะกลายเป็นรัฐบาลที่มีฐานเสียงมั่นคง ไม่เสี่ยงต่อแรงกระเพื่อมทางการเมืองระยะสั้น และมีอำนาจต่อรองเชิงนโยบายสูง
เกมรอเวลาแต่ไม่รอวางหมาก
แม้ นายอนุทิน จะระบุว่ายังต้องรอ กกต. รับรองผล และ “ไม่สามารถเร่งรัดขบวนการใด ๆ ได้” แต่ในทางการเมือง การเตรียมทางเลือกหลายแนวทางคือการวางหมากล่วงหน้า
คำตอบกรณีควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ต่อหรือไม่ ที่ว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” สะท้อนการเปิดพื้นที่ต่อรองภายในสมการรัฐบาลใหม่ เพราะกระทรวงมหาดไทยถือเป็นกลไกสำคัญด้านความมั่นคง การปกครอง และ ฐานอำนาจในระดับพื้นที่
การจะควบหรือไม่ควบ มท.1 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องตำแหน่ง แต่เป็น “ดุลอำนาจ” ภายในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
“พลังประชารัฐ”ร่วมรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา คือ การเดินทางมาที่ พรรคภูมิใจไทยของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุสั้น ๆ ว่า “มาในฐานะพรรคร่วม และมาพูดคุย” ก่อนจะกล่าวว่า “เดี๋ยวอัปเดตกัน”
แม้พรรคพลังประชารัฐจะมีเพียง 5 ที่นั่ง แต่ในเกมจัดตั้งรัฐบาล เสียงทุกเสียงมีความหมาย โดยเฉพาะในเชิงสัญลักษณ์ของ “ความพร้อมร่วมรัฐบาล”
การปรากฏตัวครั้งนี้จึงถูกมองว่า เป็นอีก 1 จิ๊กซอว์ที่เติมเต็มภาพรัฐบาล 4 พรรค 330 เสียง ให้มีความเป็นรูปธรรมเข็มแข็งมากขึ้น
“อนุทิน 2”แข็งโป๊ก
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวน 330 เสียง แต่คือ “คุณภาพของเสถียรภาพ”
รัฐบาลที่มีเสียงเกิน 300 ที่นั่ง จะสามารถผ่านกฎหมายสำคัญ งบประมาณรายจ่ายประจำปี และนโยบายเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น ลดแรงต่อรองจากพรรคเล็ก และลดความเสี่ยงต่อการโหวตสวน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจะอยู่ที่การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี การบริหารสมดุลระหว่างพรรคแกนนำกับพรรคร่วม และการกำหนดทิศทางนโยบายร่วมกัน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจจับตาอย่างใกล้ชิด
หากสูตร 4 พรรค 330 เสียงเกิดขึ้นจริง รัฐบาล “อนุทิน 2” จะไม่ใช่เพียงการสานต่ออำนาจ แต่คือการยกระดับจากรัฐบาลผสมเชิงประคองตัว ไปสู่รัฐบาลผสมเชิงรุก
โจทย์ใหญ่คือ การเปลี่ยน “เสียงข้างมาก” ให้กลายเป็น “ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ” สร้างเสถียรภาพการเมืองที่เอื้อต่อการลงทุน และลดความขัดแย้งทางการเมืองในระยะยาว
เกมยังไม่จบจนกว่า กกต. จะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่จากสัญญาณล่าสุด สูตร “สีธงชาติ” กำลังถูกตีความเป็นรัฐบาลผสม 4 พรรค 330 เสียง ที่อาจกลายเป็นโครงสร้างอำนาจใหม่ของการเมืองไทยในปี 2569
และหากเป็นเช่นนั้นจริง รัฐบาล “อนุทิน 2” จะไม่ได้มีเพียงคำว่า “แข็งโป๊ก” ในเชิงตัวเลข แต่จะต้องพิสูจน์ความแข็งแรงในเชิงบริหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ได้ตามที่สังคมคาดหวัง
ภท.เปิดตัว 3 พรรคเล็กร่วมรัฐบาล
บรรยากาศการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อ พรรคภูมิใจไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาล แถลงเปิดตัว 3 พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ประกาศจุดยืนสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหลังการรับรองผลเลือกตั้งและเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าวกับ นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และ น.ส.นวิดา สวัสดิ์เดชดี ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ รวมถึง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ
น.ส.แนน ระบุว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการยืนยันจุดยืนของพรรคเล็กทั้ง 3 พรรค ได้แก่
พรรคประชาธิปไตยใหม่ (1 เสียง)
พรรคใหม่ (1 เสียง)
พรรคเศรษฐกิจ (3 เสียง)
ที่จะสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลเลือกตั้งครบถ้วน และมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวถือเป็นการแสดงความพร้อมของพรรคการเมืองที่เห็นพ้องในแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าเป็นเพียง “การแถลงเบื้องต้น” และจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมตามขั้นตอนรัฐสภา
สำหรับผลเลือกตั้ง สส. 2569 จำนวน 500 ที่นั่ง เบื้องต้นผลการนับคะแนน 94% อย่างไม่เป็นทางการ มีพรรคการเมืองที่ได้ สส. รวม 22 พรรค ดังนี้
1.ภูมิใจไทย 193 ที่นั่ง 2.ประชาชน 118 ที่นั่ง 3.เพื่อไทย 74 ที่นั่ง 4.กล้าธรรม 58 ที่นั่ง 5.ประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง 6.ไทรวมพลัง 6 ที่นั่ง 7.ประชาชาติ 5 ที่นั่ง 8.พลังประชารัฐ 5 ที่นั่ง 9.เศรษฐกิจ 3 ที่นั่ง10.รวมไทยสร้างชาติ 2 ที่นั่ง 11.เพื่อชาติไทย 2 ที่นั่ง
12.ไทยสร้างไทย 2 ที่นั่ง 13.รวมใจไทย 1 ที่นั่ง 14.ใหม่ 1 ที่นั่ง 15.ไทยทรัพย์ทวี 1 ที่นั่ง 16.ประชาธิปไตยใหม่ 1 ที่นั่ง 17.มิติใหม่ 1 ที่นั่ง 18.ไทยภักดี 1 ที่นั่ง 19.รวมพลังประชาชน 1 ที่นั่ง 20.เสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง 21.ทางเลือกใหม่ 1 ที่นั่ง 22.โอกาสใหม่ 1 ที่นั่ง