thansettakij
ประชาธิปัตย์ จี้ ปปง. เดินหน้ายึดทรัพย์สแกมเมอร์ 9.2 พันล้าน

ประชาธิปัตย์ จี้ ปปง. เดินหน้ายึดทรัพย์สแกมเมอร์ 9.2 พันล้าน

11 ก.พ. 2569 | 08:57 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 2569 | 09:57 น.

ประชาธิปัตย์ จี้ ปปง.–รัฐบาล เร่งส่งอัยการฟ้องก่อนครบกำหนด 18 วัน ชี้คดียึดทรัพย์สแกมเมอร์ 9.2 พันล้าน คือบททดสอบการเมืองสุจริตและศักดิ์ศรีตลาดทุนไทย

KEY

POINTS

  • พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ ปปง. เร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อยึดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์มูลค่า 9.2 พันล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากใกล้ครบกำหนดเวลาอายัด 90 วัน
  • ชี้ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทดสอบความสุจริตของรัฐบาล และมีความสำคัญต่อการปกป้องชื่อเสียงของตลาดทุนไทยไม่ให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน
  • พรรคฯ ยังเปิดเผยข้อมูลว่ากลุ่มผู้กระทำผิดมีความเชื่อมโยงกับคดีร้ายแรงอื่น และยังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกตรวจสอบและยึดอายัด

วันนี้  (11 กุมภาพันธ์ 2569) พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมีใจความสำคัญว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปรกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา และ ขอชื่นชมการปฏิบัติการของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ นายไชยชนก ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท 

โดยมีระยะเวลาในการยึด อายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้

1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง

ประชาธิปัตย์ จี้ ปปง. เดินหน้ายึดทรัพย์สแกมเมอร์ 9.2 พันล้าน

ทว่า เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆอย่างจริงจัง

2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และ สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่า เป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง

3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด  และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯได้นำเสนอตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และ ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ โปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป