

KEY
POINTS
เวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชนก่อนวันเลือกตั้งคึกคัก เมื่อ “รังสิมันต์ โรม” รองหัวหน้าพรรค ขึ้นเวทีประกาศสงครามกับแก๊งสแกมเมอร์และทุนสีเทาชี้ความเสียหายทะลุแสนล้านบาทต่อปี กระทบเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว และความปลอดภัยประชาชน พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ War Room และ Data Bureau ยึดทรัพย์-คืนเงินเหยื่อ ตัดวงจรอาชญากรรมให้ “จบแบบตายยกลัง”
บรรยากาศเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ณ สนามกีฬาเวสน์ 1 เต็มไปด้วยผู้สนับสนุนจำนวนมาก โดย “รังสิมันต์ โรม” รองหัวหน้าพรรค ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยยาว เน้นหนักประเด็นอาชญากรรมไซเบอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายทุนสีเทาชายแดน ซึ่งเขามองว่าเป็น “ระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ” ที่รัฐไทยล้มเหลวในการจัดการมาหลายปี
เขาเปิดเวทีด้วยการย้ำบทบาทของประชาชนว่าเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ พร้อมประกาศว่า “ประเทศนี้มีใบอนุญาตบริหารแค่ใบเดียว และเจ้าของใบอนุญาตคือพี่น้องประชาชน”
โรม ระบุว่า ปัญหาสแกมเมอร์ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมทั่วไป แต่สร้างความเสียหายเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทย โดยอ้างข้อมูลความเสียหายล่าสุดไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่สถิติการแจ้งความช่วง 2-3 ปีทะลุ 1 ล้านคดี แต่ผู้เสียหายที่ได้เงินคืนกลับมีจำนวนน้อยมาก
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เงินที่หายไปคือเงินเก็บทั้งชีวิตของคนจำนวนมาก บางคนหมดตัว บางคนสิ้นหวังจนคิดสั้น” โรม กล่าว พร้อมชี้ว่าปัญหาดังกล่าวยังกระทบภาพลักษณ์ประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงไม่น้อยกว่า 35% และเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ชายแดน
เขาตั้งคำถามต่อรัฐบาลและพรรคการเมืองที่เคยมีอำนาจว่าเหตุใดปล่อยให้เครือข่ายอาชญากรรมเติบโต โดยระบุว่า หลายพรรคติดป้ายปราบสแกมเมอร์ แต่ตอนมีอำนาจทำไมปล่อยให้เฟื่องฟู พร้อมพาดพิงถึงความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มทุนสีเทา
ในเชิงนโยบาย พรรคประชาชนเสนอจัดตั้ง “War Room” เพื่อบูรณาการหน่วยงานรัฐ ทั้งตำรวจ ปปง. และหน่วยข่าวกรอง ให้ทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ พร้อมวิจารณ์การบริหารงานที่ขาดเอกภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า จะปราบมืออาชีพได้อย่างไร ถ้ารัฐยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน่วยงานปราบฟอกเงินอยู่ในอำนาจตัวเอง
ไฮไลต์สำคัญคือแผนตั้ง “Data Bureau” ศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่ เชื่อมฐานข้อมูลเส้นทางการเงิน เพื่อไล่ล่าทรัพย์สินเครือข่ายอาชญากรรม โดยโรมย้ำว่าแก๊งเหล่านี้ไม่กลัวติดคุก แต่กลัวถูกยึดทรัพย์
“องค์กรพวกนี้ไม่กลัวคุก แต่กลัวเงินหาย ถ้าเรายึดทรัพย์ ตัดเส้นเงิน เขาจะหมดแรงจูงใจ ถ้าไม่ขยายผลให้ตายยกลัง ปัญหานี้ไม่มีวันจบ” เขากล่าว
พรรคยังให้คำมั่นว่าจะผลักดันกลไกคืนเงินให้ผู้เสียหาย และให้ธนาคารรวมถึงบริษัทอินเทอร์เน็ตร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายมากขึ้น เพื่อปิดช่องโหว่ระบบการเงินดิจิทัล
โรม ยังได้ยกตัวอย่างผู้เสียหายที่เคยพบ ทั้งประชาชนที่สูญเงิน 600,000 บาท ไปจนถึงแพทย์ที่เสียเงินออมกว่า 20 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า “เงินที่ยึดได้ต้องคืนเจ้าของ ไม่ใช่หายไปในระบบราชการ”
อีกด้านหนึ่ง พรรคประชาชนเสนอแยกสถานะ “เหยื่อ” ออกจาก “อาชญากร” ในคดีค้ามนุษย์ เพื่อช่วยแรงงานไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในค่ายสแกมเมอร์ให้กลับประเทศ ลดกำลังคนของขบวนการผิดกฎหมาย
ช่วงท้ายของเวที โรมประกาศจุดยืนทางการเมืองว่า พรรคประชาชนจะไม่เกรงใจทุนสีเทา และไม่พึ่งพาเงินสกปรกในการหาเสียง “บุญคุณที่ใหญ่ที่สุดของเรา คือประชาชนเท่านั้น ถ้าเราทำงานไม่ดี ประชาชนลงโทษเราได้” เขากล่าว พร้อมเชิญชวนผู้สนับสนุนเลือกพรรคประชาชน เพื่อผลักดัน “รัฐบาลมืออาชีพ” และเปลี่ยนพื้นที่สีเทาชายแดนให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่โปร่งใส
เวทีปราศรัยครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการหาเสียง แต่สะท้อนยุทธศาสตร์หลักของพรรคที่ชูประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ควบคู่การปราบทุนเทาและอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วน หากได้จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งนี้