

KEY
POINTS
ท่ามกลางกระแสความร้อนแรงบนโลกออนไลน์และเสียงเรียกร้องผ่านแฮชแท็กที่ต้องการให้มีการ "นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ"
ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงอธิบายเงื่อนไขกลไกทางกฎหมายและข้อเท็จจริงจากการแถลงครั้งนี้ เพื่อให้เราได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่าเพียงกระแสในโซเชียลมีเดีย
ประเด็นที่มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศนั้น รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย"
การจะสั่งให้นับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำได้ตามอำเภอใจหรือเพียงเพราะมีพลังกดดันจากโซเชียลมีเดีย แต่ต้องตั้งอยู่บน "ข้อเท็จจริงและหลักฐาน" เท่านั้นพร้อมกับระบุท่อนหนึ่งด้วยว่า
"เราเสพสื่อโซเชียล บางทีอาจจะต้องตั้งหลักนิดหนึ่งนะ"
ที่สำคัญที่สุดคือ อำนาจในการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นของ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่" เท่านั้น แม้แต่รองเลขาธิการ กกต. ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบก็ไม่มีอำนาจสั่งการโดยพลการ แต่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่เป็นผู้มีมติ
"ดังนั้น การจะนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีเหตุบกพร่องที่ชัดเจนในทุกหน่วยเลือกตั้งอย่างพร้อมพยานหลักฐาน"
กฎหมายกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณานับคะแนนใหม่ไว้ 2 กรณีหลัก คือ:
1.จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป: หรือที่เรียกกันว่า "บัตรเขย่ง" ซึ่ง กกต. จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าความคลาดเคลื่อนนั้นเกิดจากอะไร และมีเหตุถึงขั้นต้องเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่หรือไม่
2. กระบวนการนับคะแนนไม่ถูกต้อง: เช่น มีความผิดพลาดในการขานคะแนน การขีดคะแนน หรือขั้นตอนมีความไม่ชอบมาพากล
โดย กกต. จะได้รับข้อมูลจาก 2 ช่องทาง คือ "การยื่นคำร้องคัดค้าน" จากประชาชนหรือผู้สมัครที่มีหลักฐาน และ "ความปรากฏต่อ กกต." เช่น การพบความผิดปกติผ่านคลิปวิดีโอหรือข้อมูลที่ กกต. ตรวจสอบพบเอง
สำหรับขั้นตอนที่ประชาชนควรรู้หากพบความคลาดเคลื่อน รองเลขาธิการ กกต. เน้นย้ำว่ากระบวนการตรวจสอบนั้นเข้มงวดและมี "ใบเสร็จ" ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้:
1.การทักท้วง ณ จุดเกิดเหตุ: หากพบความผิดปกติระหว่างนับคะแนน ประชาชนต้องทักท้วงต่อกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ทันที เพื่อให้มีการบันทึกไว้ใน "รายงานเหตุการณ์ประจำหน่วย" ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในการพิจารณาของ กกต.
2.ตรวจสอบจากแบบ ส.ส. 5/18: ผลคะแนนที่ติดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้งทันทีหลังนับเสร็จ (ส.ส. 5/18) คือหลักฐานที่ "ไม่สามารถแก้ไขได้" หากคะแนนในระบบไม่ตรงกับใบนี้ กกต. จะใช้ ส.ส. 5/18 เป็นตัวรีเช็คความถูกต้อง
3.การตรวจสอบข้อเท็จจริง: เมื่อมีกรณีร้องเรียน กกต. จะสั่งให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานและพยานบุคคลทันที เช่น กรณีชลบุรีที่ กกต. สั่งให้สรุปผลภายใน 2 วัน