
"พงษ์สวาท"ยื่นลาออกจากปลัดยุติธรรมแล้ว หลังถูกโยกนั่งที่ปรึกษานายกฯ
"พงษ์สวาท นีละโยธิน" ยื่นลาออกจากปลัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว หลัง ครม.โยกนั่งที่ปรึกษานายกฯ ด้าน รมว.ยุติธรรม ย้ำย้ายตามวาระ 4 ปี ปัดเหตุการเมือง
KEY
POINTS
- นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติย้ายจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
- รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า การโยกย้ายเป็นไปตามวาระการดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการเมือง
- คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่
นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติโอนย้ายจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ด้าน รมว.ยุติธรรม ยืนยันเป็นการโยกย้ายตามวาระการดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมย้ำตำแหน่งใหม่มีศักดิ์และสิทธิประโยชน์เทียบเท่า
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 อนุมัติให้โอนย้ายจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้านี้ ครม.ยังมีมติแต่งตั้ง นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน
รมว.ยุติธรรมแจงเหตุย้าย“พงษ์สวาท”พ้นปลัดยุติธรรม
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวชี้แจงถึงการโยกย้ายครั้งนี้ว่า ไม่ได้มีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนตามวาระการดำรงตำแหน่ง เนื่องจาก นางพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมครบ 4 ปี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถต่ออายุการดำรงตำแหน่งเป็นปีที่ 5 ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลว่าจะพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งต่อหรือไม่
"ท่านทำหน้าที่ตรงนี้มายาวนานจนครบ 4 ปี จึงเห็นว่าควรมีการปรับย้ายตามวงรอบ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วไปของข้าราชการระดับสูง หลายหน่วยงานรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อดำรงตำแหน่งครบ 4 ปีก็มักมีการหมุนเวียนเช่นเดียวกัน" รมว.ยุติธรรม กล่าว
ตั้ง“ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร”นั่งปลัดยุติธรรมไม่เกี่ยวการเมือง
สำหรับข้อสังเกตที่ว่า การแต่งตั้ง นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม อาจมีแรงสนับสนุนทางการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า นายปิยะศิริ เคยปฏิบัติราชการในกระทรวงยุติธรรมมาแล้วหลายตำแหน่ง มีความรู้ความเข้าใจภารกิจของกระทรวงเป็นอย่างดี อีกทั้งตำแหน่งเดิมและตำแหน่งใหม่เป็นตำแหน่งบริหารระดับเดียวกัน
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการโยกย้าย นางพงษ์สวาท ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อาจเข้าข่าย "แช่แข็ง" ทางการบริหารนั้น รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งระดับสูงที่มีศักดิ์และสิทธิประโยชน์เทียบเท่าตำแหน่งปลัดกระทรวง และไม่ได้ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งเสียสิทธิแต่อย่างใด
เปิดประวัติ "พงษ์สวาท นีละโยธิน"
นางพงษ์สวาท นีละโยธิน จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประวัติการทำงาน:
ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง รักษาราชการแทน สำนักงาน ป.ย.ป. (รักษาราชการแทน)
รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
กรรมการอิสระ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
กรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
เป็นข้าราชการสายงานยุติธรรมที่เติบโตจากการทำงานภายในกระทรวงยุติธรรมมาโดยตลอด มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานยุติธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินในหลายตำแหน่งสำคัญ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อปี 2565 นับเป็นผู้หญิงอีกคนที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งข้าราชการประจำสูงสุดของกระทรวง
ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ได้กำกับดูแลนโยบายสำคัญของกระทรวง อาทิ การพัฒนากระบวนการยุติธรรม การยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การบริหารงานกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานยุติธรรม
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการอำนวยความยุติธรรม การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ
การยื่นลาออกครั้งนี้ นับเป็นการปิดฉากเส้นทางการรับราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม หลังปฏิบัติหน้าที่ครบวาระ 4 ปี






