
“สรรเพชญ”ประกาศข่าวดี สะพานเกาะลันตา - สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา สร้างปลายปี 69
“สรรเพชญ”นำทีม สส.ใต้ ประกาศข่าวดี 2 เมกะโปรเจกต์คมนาคม “สะพานเกาะลันตา–สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา” จ่อสร้างปลายปี 69 เสร็จปี 72
KEY
POINTS
- "สรรเพชญ"นำทีม สส.ใต้แถลง มติครม.อนุมัติเดินหน้า 2 โครงการสะพานขนาดใหญ่ คือ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ และ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา
- ทั้งสองโครงการเตรียมลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี 2569 โดยมีกำหนดเปิดใช้งานในปี 2572
- พร้อมกันนี้ได้อนุมัติงบกว่า 402 ล้านบาท สำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาควบคู่ไปกับการพัฒนา
"สรรเพชญ บุญญามณี" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำ สส.พรรคภูมิใจไทย ภาคใต้ แถลงความคืบหน้า 2 โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หลัง ครม.เห็นชอบเดินหน้า "สะพานเชื่อมเกาะลันตา" วงเงิน 1,849 ล้านบาท และ "สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา" วงเงิน 4,829 ล้านบาท เตรียมลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 ก่อนเปิดใช้ในปี 2572 พร้อมอนุมัติงบกว่า 402 ล้านบาท ดูแลโลมาอิรวดีควบคู่การพัฒนา
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม พร้อมด้วย สส.ภาคใต้ ของพรรคภูมิใจไทย ร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมจังหวัดสงขลา-พัทลุง ซึ่งถือเป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่รอคอยมานาน
ครม.ไฟเขียวเดินหน้าสู่การก่อสร้างจริง
การแถลงข่าวครั้งนี้มี สส.ภาคใต้ร่วมด้วย ได้แก่ นายชลัฐ รัชกิจประการ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายสมยศ พลายด้วง และ นายอนุกูล พฤกษาอนุศักดิ์ สส.สงขลา นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี และ นายวรท เทอดวีระพงศ์ สส.พัทลุง รวมถึง นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ และนายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.กระบี่
นายสรรเพชญ กล่าวว่า มติ ครม.ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทั้งสองโครงการก้าวจากขั้นตอนการวางแผน ไปสู่การดำเนินงานจริง โดยขณะนี้ได้ผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี 2569 ก่อนจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายในปี 2572
ขั้นตอนต่อจากนี้ กระทรวงการคลังจะลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารโลก ก่อนแจ้งมายังกรมทางหลวงชนบท เพื่อดำเนินการลงนามสัญญากับผู้รับจ้าง และเริ่มงานก่อสร้างตามกรอบเวลาที่กำหนด
"สะพานเกาะลันตา"แก้คอขวดเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยว
สำหรับโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ มีวงเงินลงทุน 1,849.50 ล้านบาท ระยะทางรวมประมาณ 2.2 กิโลเมตร แบ่งเป็นสะพานยาว 1.92 กิโลเมตร และถนนเชื่อมต่ออีก 0.28 กิโลเมตร
โครงการดังกล่าวจะเข้ามาแก้ปัญหาการเดินทางเข้า-ออกเกาะลันตา ที่ปัจจุบันต้องพึ่งพาแพขนานยนต์ ซึ่งมักเกิดปัญหาความล่าช้าและการจราจรหนาแน่น โดยเมื่อสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และ ผู้ประกอบการเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ
"สะพานเชื่อมเกาะลันตาจะไม่ใช่เพียงสะพานเชื่อมแผ่นดินกับเกาะ แต่เป็นการเชื่อมประชาชนกับความปลอดภัย เชื่อมนักท่องเที่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกระบี่ และเชื่อมผู้ประกอบการกับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่" นายสรรเพชญ กล่าว
สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาลดเวลาเดินทางเหลือ 10-15 นาที
อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง มีวงเงินลงทุน 4,829.25 ล้านบาท ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เมื่อแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้มากกว่า 80 กิโลเมตร และลดระยะเวลาเดินทางจากเดิมราว 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 10-15 นาที
นอกจากเพิ่มความสะดวกในการเดินทางแล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างสองจังหวัด สนับสนุนการค้า การขนส่ง โลจิสติกส์ การท่องเที่ยวรอบทะเลสาบสงขลา และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่
"สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเป็นมากกว่าเส้นทางคมนาคม แต่คือการเชื่อมจังหวัด เชื่อมชุมชน เชื่อมเศรษฐกิจ และเชื่อมคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม" รมช.คมนาคม ระบุ
เดินหน้าพัฒนาควบคู่อนุรักษ์โลมาอิรวดี
รมช.คมนาคม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ครม.ยังเห็นชอบกรอบวงเงิน 402.82 ล้านบาท สำหรับดำเนินแผนอนุรักษ์ “โลมาอิรวดี” ในทะเลสาบสงขลา ระยะ 5 ปีแรก เพื่อให้การก่อสร้างโครงการสามารถดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศอย่างสมดุล
ย้ำเป็นผลจากความร่วมมือทุกฝ่าย
นายสรรเพชญ ระบุว่า ความคืบหน้าของทั้งสองโครงการเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กรมทางหลวงชนบท ตลอดจน สส.ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ร่วมกันผกดันและติดตามโครงการมาอย่างต่อเนื่อง
จากนี้ กรมทางหลวงชนบทจะเร่งดำเนินการในทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกรอบเวลา โดยยึดหลักความโปร่งใส ความรอบคอบ และคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนา
“วันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคใต้ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โครงการซึ่งประชาชนเฝ้ารอมาอย่างยาวนาน กำลังเปลี่ยนจากแผนงานบนกระดาษไปสู่การก่อสร้างจริง พร้อมยืนยันว่าจะร่วมกับ สส.ภาคใต้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทั้งสองโครงการแล้วเสร็จตามแผนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่” นายสรรเพชญ ระบุ






