

KEY
POINTS
ท่ามกลางบรรยากาศหลังการเลือกตั้งที่ควรจะเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง จังหวัดชลบุรีเขต 1 กลับกลายเป็นสมรภูมิที่ร้อนระอุที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ
เมื่อคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น จากพรรคภูมิใจไทย นำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 43,703 คะแนน ทิ้งห่าง นายวรท ศิริรักษ์ จากพรรคประชาชน ที่ได้ 39,920 คะแนน อยู่เพียงไม่กี่พันคะแนน ทว่าความสงสัยในความโปร่งใสกลับจุดชนวนให้มวลชนนับพันออกมาปักหลักเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งข้ามคืน
จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อมีกระแสข่าวลือจากเพจท้องถิ่นว่าจะมีการนับคะแนนใหม่ ทำให้ประชาชนเริ่มออกตามหาหีบบัตรจนไปพบว่าถูกเก็บไว้ในสภาพที่ไม่น่าไว้วางใจ ณ "คอร์ดแบดมินตัน" ภายในอำเภอเมืองชลบุรี
ภาพหีบบัตรบนหลังรถกระบะที่ไร้การรัดสายเคเบิลไทร์ โดยเจ้าหน้าที่อ้างเพียงว่า "เคเบิลไทร์หมด" กลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ว่อนเน็ตจนมวลชนแห่กันมาปิดล้อมสถานที่เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย
สถานการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการพบหลักฐานสำคัญที่ชวนให้สังคมตั้งคำถาม ทั้งสมุดบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีข้อมูลส่วนตัวถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าสนามแบดมินตัน และที่พีคที่สุดคือการพบ ใบนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ เช่นกันในช่วงเวลาตี 3 ของเช้าวันถัดมา
นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ที่ระบุว่า ระหว่างนับคะแนนเกิดเหตุการณ์ "ไฟดับแต่พัดลมยังส่ายหน้าได้ปกติ" ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ยากจะยอมรับ
ในขณะที่มวลชนยังคงปักหลัก "เสี่ยเฮ้ง" สุชาติ ชมกลิ่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจถึงชัยชนะของ "กลุ่มเพื่อนเฮ้ง" ที่กวาด สส. มาได้ถึง 17 ที่นั่งในหลายจังหวัด พร้อมเปิดศึกน้ำลายใส่คู่แข่งอย่างดุเดือดว่า "วันนี้คุณต้องยอมรับกระแสพรรคคุณมันตก คุณตกมาตั้งกี่ล้านเสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มันก็บ่งบอกแล้ว"
นายสุชาติ กล่าวถึงผลการเลือกตั้ง สส. จังหวัดชลบุรีที่ได้ สส. จำนวน 5 คน ว่า เป็นทีมเดียวกันได้ทำงานร่วมกันทั้งหมด ซึ่งยังไม่ได้มองไกลไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้สมัครแล้วได้รับเลือกตั้งต้องทำให้ดีที่สุดมากกว่า ต้องพิสูจน์ให้ชาวบ้านได้รู้ว่า คะแนนที่ออกมาทั้งหมดเป็นคะแนนที่เราทำสะสมไว้ 20 ปี
เมื่อถามว่า ในกลุ่มเพื่อนเฮ้งได้จำนวน สส. ทั้งหมดกี่เก้าอี้ สุชาติกล่าวว่า เป็นเพื่อนกันทั้งหมด ที่เราชวนกันมาจำนวนประมาณ 16-17 คน เช่น จังหวัดจันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช และพื้นที่เกาะสมุย เราเอามาทั้งหมด ก็ถือว่าได้ สส. ตามเป้าหมาย เชื่อมั่นว่าเพื่อนเราทุกคนมีศักยภาพแต่ละคนอยู่แล้ว
“อยากบอกสื่อมวลชนว่าวันนี้คุณต้องยอมรับกระแสพรรคคุณมันตก คุณตกมาตั้งกี่ล้านเสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ มันก็บ่งบอกแล้วว่าคุณมีอยู่เท่าไหร่ อย่างเขตผมคุณมีอยู่ 43,000 คะแนน แต่ 3,000 คนในนั้นเขาเลือกผม ก็ต้องขอบคุณด้วย” สุชาติกล่าว
เมื่อถามว่า จะได้ตำแหน่ง 1 รัฐมนตรีว่าการ และตำแหน่ง 1 รัฐมนตรีช่วยใช่หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น วันนี้เอาแค่ว่าให้ กกต. มีการรับรองให้ถูกต้องก่อน ขั้นตอนที่ 1 คือ กกต. รับรอง สส. ให้ได้ 95% เพื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและขั้นตอนต่อไป คือการเลือกนายกรัฐมนตรีว่าเป็นใครตามกฎหมาย
เมื่อถามย้ำว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดคุยเรื่องจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย เรามองทีละขั้นตอนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการรับรอง สส. ก่อน เราอยู่ในพรรคเราเป็นลูกพรรค ต้องบริหารจัดการด้วยระเบียบของพรรคทุกเรื่อง การเจรจาหรือการประชุมเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค เหมือนกับเราอยู่ในประเทศไทยกฎหมายต่างๆ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เราอย่าไปเชื่อในสิ่งที่มันไม่ใช่
ทางด้าน นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน พร้อมด้วยรองเลขาธิการพรรค ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมระบุว่า ติดตามปัญหาตั้งแต่เมื่อวานนี้ หลังจากมีสื่อท้องถิ่นรายงานว่าจะมีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ทำให้ประชาชนออกมาหาข่าวจนมาเจอสิ่งผิดปกติที่พบหีบบัตรเลือกตั้งในรถเตรียมเคลื่อนย้าย แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าจะนำไปไหน และอีกหลายเหตุที่ผิดสังเกต เช่นบางหน่วยที่นับคะแนน ไฟฟ้าดับแต่พัดลมติด จึงมาร้องเรียน กกต.ให้นับคะแนนใหม่ จนเหตุการณ์บานปลายจนถึงตอนนี้
"ผมยืนยันว่าพรรคประชาชนและตัวผมไม่เกี่ยวข้องกับการมารวมตัวของประชาชน เพราะเป็นสิทธของพวกเขาเองที่จะมารักษาคะแนนเสียง ซึ่งเมื่อมีเหตุสงสัยมากขนาดนี้ รวมถึงการพบใบนับคะแนนในถังขยะ กกต.ต้องพิจารณานับคะแนนใหม่ในทันที ซึ่งผมในฐานะผู้สมัคร แน่นอนว่าต้องการให้กกต.นับคะแนนใหม่ด้วย" นายวรท กล่าวย้ำ
ด้านนายพงศธร ศรีเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ในฐานะรองเลขาธิการพรรคได้มาติดตามเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืน เห็นประชาชนพบสิ่งผิดปกติ ที่เป็นหลักฐานให้กกต.พิจารณานับคะแนนใหม่ทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ส่วนทางพรรคยังไม่ได้ดำเนินดารใดๆเป็นพิเศษ แต่อยากเห็น กกต.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ประชาชนที่มารอฟังมติ กกต. ซึ่งประชุมมากว่า 1 ชม.แล้วยังไม่ได้ข้อสรุป ให้นับคะแนนใหม่มาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเกือบเต็มสนามแบดมินตัน และทางเจ้าหน้าที่ได้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม หากมีการนับคดีใหม่
บรรยากาศการคุมเชิงดำเนินไปจนถึงช่วงสายของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ปักหลักเฝ้าหีบร่วมกับมวลชนตั้งแต่ตี 1 จนกระทั่งเวลา 09.00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ลงพื้นที่เจรจาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย โดยมีการกล่าวขออนุญาตมวลชนอย่างเป็นกันเองเพื่อขอพาตัวรองเลขาฯ กกต. ที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนไป "อาบน้ำและทานข้าว" ก่อนจะกลับมาฟังมติจาก กกต. กลางในช่วงสาย