thansettakij
ธปท.ส่งเพิ่ม 11 บัญชีเบิกเงินสดผิดปกติ กกต.ล็อกเป้าใต้-อีสาน

ธปท.ส่งเพิ่ม 11 บัญชีเบิกเงินสดผิดปกติ กกต.ล็อกเป้าใต้-อีสาน

07 ก.พ. 2569 | 08:13 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 2569 | 08:27 น.

สัญญาณเงินสดเคลื่อนไหวผิดปกติยังไม่นิ่ง ธปท.ส่งข้อมูลเพิ่มอีก 11 บัญชีให้ กกต. หลังล็อตแรก 6 บัญชี สั่งผอ.กกต.จังหวัดเร่งแกะรอยการกระจายเงิน สกัดซื้อเสียงพื้นที่ภาคใต้-อีสาน

KEY

POINTS

  • กกต. ได้รับข้อมูลบัญชีเงินสดต้องสงสัยเพิ่มอีก 11 บัญชี จากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีพฤติกรรมการถอนเงินสดจำนวนมากผิดปกติ ในช่วงใกล้เลือกตั้ง รวมเป็น 17 บัญชีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
  • มีการสั่งจับตาพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพิเศษ หลังพบความเคลื่อนไหวที่ส่อไปในทางการเตรียมซื้อเสียงในพื้นที่ดังกล่าว
  • กกต. ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในช่วงโค้งสุดท้าย โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินอย่างใกล้ชิด และเพิ่มชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง


วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งข้อมูลธุรกรรมการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งเพิ่มเติมอีก 11 บัญชี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ส่งข้อมูลมาแล้ว 6 บัญชี รวมขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งสิ้น 17 บัญชี

บัญชีที่ถูกส่งข้อมูลมาล่าสุด มีพฤติการณ์เบิกถอนเงินสดในจำนวนสูง และมีความเคลื่อนไหวถี่ผิดปกติในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ซึ่งเข้าข่ายเป็น “ธุรกรรมเฝ้าระวัง” ตามกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลการเลือกตั้ง

ภายหลังได้รับข้อมูล สำนักงาน กกต.ส่วนกลางได้แจ้งรายละเอียดไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้เฝ้าระวัง ติดตามเส้นทางการกระจายเงินสดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายเงินออกจากสถาบันการเงินไปยังเครือข่ายบุคคลในพื้นที่ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดฐานซื้อเสียง

แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการที่สั่งการเพิ่มเติมในช่วงโค้งสุดท้าย ได้แก่ การประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจในพื้นที่ การเพิ่มชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียน และการลงพื้นที่เชิงรุกในชุมชน ที่เคยมีประวัติร้องเรียนเรื่องการซื้อเสียงในอดีต

ขณะเดียวกัน สำนักงาน กกต.ได้รับรายงานจากหลายจังหวัดในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เริ่มพบความเคลื่อนไหวที่ส่อไปในทางเตรียมการซื้อเสียง ทั้งการรวมกลุ่มของหัวคะแนน การนัดหมายบุคคลในพื้นที่ และกระแสข่าวการเตรียมแจกจ่ายเงินในบางชุมชน ทำให้ กกต.จังหวัดต้องยกระดับมาตรการติดตามและป้องปรามมากขึ้น 

ทั้งนี้ การเบิกถอนเงินสดจำนวนมากเพียงอย่างเดียว ยังไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่หากตรวจพบความเชื่อมโยงระหว่างการเบิกถอนกับการจ่ายทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีโทษทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

แหล่งข่าวใน กกต.ระบุด้วยว่า ช่วง 48 ชั่วโมงก่อนวันเลือกตั้งถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นระยะที่การร้องเรียนและข้อมูลเบาะแสมักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสำนักงานได้กำชับทุกจังหวัดให้รายงานสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและสั่งการเชิงป้องกันได้ทันท่วงที