thansettakij
กกต.จับตา 42 จว.แข่งดุ ธปท.ชงสอบ 6 ลูกค้าธนาคารเบิกเงินสด 250 ล้าน

กกต.จับตา 42 จว.แข่งดุ ธปท.ชงสอบ 6 ลูกค้าธนาคารเบิกเงินสด 250 ล้าน

31 ม.ค. 2569 | 12:25 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ม.ค. 2569 | 12:38 น.

เลือกตั้ง 2569 “แสวง”ลั่น กกต.จับตา 42 จังหวัดแข่งดุ ระดมตำรวจครึ่งประเทศคุมเข้ม ธปท.ป้อนข้อมูลสอบเบิกเงินสด 250 ล้านบาท โยงลูกค้าธนาคารพาณิชย์ 6 ราย

KEY

POINTS

  • กกต. เฝ้าระวัง 42 จังหวัดเป็นพิเศษเนื่องจากการแข่งขันเลือกตั้งที่รุนแรง และได้เพิ่มมาตรการป้องกันการซื้อเสียงอย่างเข้มข้น
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งข้อมูลลูกค้าธนาคาร 6 ราย ที่เบิกเงินสดผิดปกติรวม 250 ล้านบาท ให้ กกต. ตรวจสอบ
  • กกต. กำลังสืบสวนความเชื่อมโยงของเงินจำนวนดังกล่าวกับผู้สมัครหรือพรรคการเมือง แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นการซื้อเสียงและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

วันนี้ (31 ม.ค.69) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ร้องเรียนการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ว่า กกต.ได้ประเมินระดับการแข่งขันในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 35 จังหวัดที่การแข่งขันเป็นไปตามปกติ และอีก 42 จังหวัดที่มีการแข่งขันรุนแรงในหลายเขตเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการดูแลอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ

นายแสวง ระบุว่า กกต.ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยมีการระดมกำลังตำรวจจากทั่วประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง จัดตั้งเป็นชุดป้องกันและปราบปรามเคลื่อนที่เร็ว เพื่อออกตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงก่อนวันเลือกตั้ง รวมถึงในช่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง

นอกจากนี้ ยังมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา คอยแจ้งเบาะแสความผิดปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มต้องเฝ้าระวังสูง

เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่า ข่าวหรือกระแสการซื้อเสียงมีปรากฏมาอย่างต่อเนื่องในทุกการเลือกตั้ง แต่ในส่วนของการป้องกันนั้น กกต.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจอย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวเตือนนักการเมืองว่า “หากจะเตรียมเงินไว้ก็สามารถทำได้ แต่อย่านำไปแจก” เพราะหากตรวจพบการกระทำผิด จะมีมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดทันที

นายแสวง กล่าวอีกว่า ตามธรรมชาติของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง มักจะเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยเฉพาะในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการซื้อเสียงโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลในลักษณะอื่น ๆ แต่ กกต.เชื่อว่าสามารถป้องกันและควบคุมสถานการณ์ได้

ส่วนกรณีรายงานการเบิกถอนเงินสดผิดปกติจำนวน 250 ล้านบาท จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายแสวง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ธปท.ได้ส่งข้อมูลมาให้ กกต.แล้ว โดยเป็นข้อมูลของลูกค้าในสาขาธนาคารพาณิชย์ ซึ่งพบว่ามีลูกค้าจำนวน 6 ราย ที่มีพฤติกรรมเบิกถอนเงินสดผิดปกติ

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้ฝ่ายสืบสวนของ กกต. เพื่อดำเนินการตรวจสอบความสัมพันธ์ว่า มีความเชื่อมโยงกับผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองใดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้ โดยย้ำว่า การเบิกเงินดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็ได้ และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายแสวง กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือนักการเมือง การตรวจสอบจะสามารถทำได้ไม่ยาก และในวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการนำข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุม กกต.รับทราบต่อไป

สำหรับความเสี่ยงที่เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง นายแสวง ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะแม้จะเป็นเงินจำนวนมาก แต่หากไม่พบความสัมพันธ์ทางการเมือง ก็อาจเป็นการนำไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจตามปกติ โดย กกต.ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อร่วมตรวจสอบที่มาของเงินอย่างรอบด้าน