

KEY
POINTS
6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคประชาชนว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้ประชาชนใช้ปากกาตัดสินใจเพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองที่ผูกขาดอยู่กับชนชั้นนำให้เป็นการเมืองของประชาชน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางของพวกเราที่ผ่านมาตลอด 8 ปีเป็นการเดินทางที่สวยงาม แต่ก็ไม่ง่าย มีอุปสรรคมากมาย หลายคนโดนเล่นงาน โดนข่าวปลอมโจมตี โดนดำเนินคดีถูกฟ้องร้องปิดปาก แต่ไม่ว่าพวกเราจะมีบาดแผลสักเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มมันต้องอดทน และก่อนที่จะไปถึงสถานีปลายทางที่เรียกว่าการเมืองของประชาชนที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ยังต้องเดินทางผ่านกันอีกหลายสถานี
"สถานีแรกก่อนที่เรามีนัดหมายกันคือ 8 กุมภาพันธ์ และสถานีต่อไปที่ต้องช่วยกันเปลี่ยนเพื่อเปลี่ยนจาก 14 ล้านเสียงเป็น 20 ล้านเสียง ให้ถล่มทลาย ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้เอง" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้เห็นว่า การที่จะเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง ต้องสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่รุ่นย่า รุ่นตารุ่นยาย หรือคนที่อยู่ในวัยเกษียณ ให้คนเหล่านี้ลงคะแนนเพื่อจุดไฟแห่งความหวังให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวังเมื่อประเทศไทยอยู่ในสถานะเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย รวมถึงชวนคนที่อยู่ในวัยทำงานหรือผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ลงคะแนนเพื่อเปลี่ยนให้สังคมไทยดีกว่านี้
"การเลือกตั้งครั้งนี้ถึงเวลารวมพลังของประชาชนให้เป็นหนึ่ง สถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่ โดยมีตัวเลือกเพียง 2 แบบ แบบแรก ตัดสินใจให้แค่ครึ่งใจ คือลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้กับพรรคประชาชน แต่บัตรแบ่งเขตเลือกแบบเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม ๆ ส่วนอีก 1 แบบ คือให้คะแนนเสียงกับพรรคประชาชนหมดใจ คือลงคะแนน 2 ใบ ให้เกิน 20 ล้านเสียง เพื่อให้เรามีสส.เกินครึ่งสภา” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า วันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเขาที่มีความพร้อม เพราะพรรคประชาชนมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ ความพร้อมในส่วนของผู้สมัครและทีมบริหาร และความพร้อมในส่วนของนโยบายที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของประเทศไทย ที่มีนโยบายกว่า 200 นโยบาย ภายใน 1 ปีแรกต้องเห็นผลลัพธ์ ซึ่งจะเริ่มทำตั้งแต่ 3 เดือนแรก และภายใน 4 ปี
เช่นเดียวกับความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ คือจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต ไม่เอาการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ไปแบ่งโควต้าแบ่งงบประมาณกันกิน ไม่เอาวิธีการบริหารราชการแผ่นดินที่ต่างคนต่างทำ แต่จะเอาภารกิจนำแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า นอกจากลงคะแนนส้มทั้ง 2 ใบแล้ว ยังเหลือบัตรอีก 1 ใบคือบัตรลงประชามติ ให้ลงเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระปล้นอำนาจของประชาชน