thansettakij
‘ศิริกัญญา’ ขอยกเครื่องระบบราชการ ยุติเด็กนาย–เส้นสาย ปั้นรัฐบาลประชาชน

‘ศิริกัญญา’ ขอยกเครื่องระบบราชการ ยุติเด็กนาย–เส้นสาย ปั้นรัฐบาลประชาชน

06 ก.พ. 2569 | 13:39 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 2569 | 14:32 น.

ปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ‘ศิริกัญญา’ ประกาศขอเสียงปฏิรูประบบราชการทั้งโครงสร้าง ยุติเด็กนาย–เส้นสาย ปั้นรัฐบาลประชาชน ดัน “ณัฐพงษ์” นั่งนายกฯ คนที่ 33

KEY

POINTS

  • ศิริกัญญา ตันสกุล ประกาศนโยบายปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ เพื่อยุติวัฒนธรรมเส้นสายและระบบอุปถัมภ์ (เด็กนาย)
  • ชี้ว่าระบบราชการที่ล้าสมัยเป็นต้นตอของปัญหาเรื้อรังของประเทศ และทำให้คนดีคนเก่งท้อแท้ในการทำงาน
  • เสนอแนวคิดจัดตั้ง "รัฐบาลประชาชน" โดยคัดเลือกคณะรัฐมนตรีจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถจริง ไม่ใช่จากโควตาการเมือง
  • ตั้งเป้าชนะการเลือกตั้งเพื่อผลักดัน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และสร้างการเมืองที่โปร่งใสเป็นธรรม

6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย - ญี่ปุ่นดินแดง ในเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคประชาชน ช่วงที่ 2 แกนนำพรรคและผู้สมัคร สส. สับเปลี่ยนขึ้นปราศรัยบนเวที รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับ ที่ 2 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ประกาศเดินหน้าปฏิรูประบบราชการ ยุติระบบเส้นสาย–เด็กนาย ดันคนเก่งบริหารประเทศ พร้อมชวนประชาชนร่วมสร้างรัฐบาลประชาชน ตั้งเป้าชัยชนะเลือกตั้งภายใน 2 วัน ดัน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” นั่งนายกฯ คนใหม่

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหาเรื้อรังมานาน ทั้งรถติด ราคาพืชผลตกต่ำ เศรษฐกิจโตช้า และอุตสาหกรรมไม่ก้าวหน้า ซึ่งต้นตอสำคัญอยู่ที่ “ระบบราชการล้าสมัย” ที่ไม่ปรับตัวตามโลก และยังเต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์ เส้นสาย และการซื้อขายตำแหน่ง 

โดยในระหว่างลงพื้นที่หาเสียงได้พบข้าราชการและบุคลากรภาครัฐจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้พิพากษา ครู เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัด ที่สะท้อนเสียงเดียวกันว่า ระบบปัจจุบัน “ทำให้คนดีท้อ คนเก่งถูกลงโทษ” และไม่เอื้อต่อการทำงานเพื่อประชาชน

พรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับระบบเก่า จึงสามารถปฏิรูประบบราชการได้จริง โดยเสนอแนวคิดจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เลือกคนจากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ไม่ใช่จากเส้นสายหรือการเมืองแบบเดิม เพื่อสร้างวัฒนธรรมราชการใหม่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

“เราต้องเริ่มเปลี่ยนจากหัวขบวน ตั้งแต่รูปแบบการบริหารประเทศ ครม. ต้องเป็นทีมมืออาชีพที่มีเจตจำนงทางการเมือง ไม่ใช่แค่เทคโนแครตลอยตัว แต่เป็นคนที่เปิดหน้า เปิดประวัติ และรับผิดชอบต่อประชาชน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวย้ำว่า การบริหารประเทศต้องอาศัยทีมงานระดับ 30–40 คน ไม่ใช่แค่ผู้นำไม่กี่คน พร้อมประกาศความพร้อมของทีมบริหารพรรคประชาชน ที่ประกอบด้วยอดีตข้าราชการ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อเป็นต้นแบบการทำงานของระบบราชการใหม่

อย่างไรก็ดีขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันสร้าง “รัฐบาลประชาชน” และแสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใน 2 วันหลังการเลือกตั้ง ประเทศไทยจะได้ประกาศชื่อผู้นำคนใหม่ว่า“นายกรัฐมนตรีชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”  นี่คือโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนประเทศไทยจากรากฐาน สู่ระบบการเมืองและราชการที่โปร่งใส เป็นธรรม และขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างแท้จริง