

KEY
POINTS
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายยุทธศาสตร์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีกล่าวในงานปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชนว่า วิสัยทัศน์การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในภารกิจสำคัญคือการฟื้นชีวิต “เสือตัวที่ 5” ที่หายไปนานกว่า 30 ปี
ทั้งนี้นับตั้งแต่พิษวิกฤตต้มยำกุ้งปี2540 พร้อมวิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมาว่าล้มเหลวในการสร้างเทคโนโลยีของตัวเอง จนล่าสุดนิตยสาร Financial Times ขนานนามไทยว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยไม่ไปไหน เพราะ 30 ปีที่ผ่านมาเราเห็นรัฐบาลมาทุกเฉดสี แต่หน้าตารัฐมนตรีแทบไม่เปลี่ยน เปรียบเสมือนการเล่น "เก้าอี้ดนตรี" ที่วนเวียนสลับกระทรวงกันไปมา เป็นการเมืองอุปถัมภ์ที่ทำให้เกิด "การทำประกันกลุ่ม" คือหากจะผิดก็ผิดด้วยกัน แต่ถ้าได้ผลประโยชน์ก็อิ่มด้วยกันทั้งยวง ส่งผลให้รัฐราชการและ KPI ไม่ตอบสนองต่อชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง
“การจะทำให้เศรษฐกิจไทยผงกหัวขึ้นได้ คุณต้องเปลี่ยนหัวก่อน คือต้องเปลี่ยนทีมบริหารทั้งชุด พรรคประชาชนจึงขอเสนอทีมมืออาชีพที่เป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งด้านดิจิทัล โลจิสติกส์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนรัฐราชการให้โปร่งใสและไม่มีเงินทอน”นายวีระยุทธ กล่าว
ส่วนของยุทธศาสตร์การแข่งขัน นายวีระยุทธ ชี้ให้เห็นความผิดพลาดของนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาว่าทำด้วยความ "หวาดกลัว" จนต้องยอม "ลด แลก แจก แถม" เพื่อดึงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่สุดท้ายต่างชาติขนทั้งคน เทคโนโลยี และกำไรกลับไป โดยที่คนไทยทำได้เพียงแค่ "ถ่ายเซลฟี่" กับขบวนรถไฟที่ผ่านหน้าบ้าน
สำหรับยุทธศาสตร์ใหม่ของพรรคประชาชนคือการเข้าไปมีส่วนร่วมใน Global Supply Chain โดยมองหาจุดที่ไทยเก่งและพัฒนาจนโลกขาดไม่ได้ เช่น อุตสาหกรรมชิป โดยเสนอ 3 ชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Sensor, Power Chip, Photonic) เพื่อต่อลมหายใจอุตสาหกรรมเก่าและสร้างอุตสาหกรรมใหม่
ขณะที่ "โมเดลเกาหลีใต้" ไม่มีดิสนีย์แลนด์ แต่กวาดรายได้จากดิสนีย์ปีละหลายหมื่นล้านผ่าน Content และ Graphic Designer โดยพรรคจะสนับสนุน Cluster เศรษฐกิจทั่วประเทศให้เข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนโลกแทนการตั้งหน้าตั้งตารอให้ดิสนีย์มาตั้งสาขาในไทยเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้จุดแข็งของพรรคประชาชน ไม่ได้มาจากการเมืองอุปถัมภ์ จึงไม่มีหนี้บุญคุณที่ต้องชดใช้ให้ใคร หากเกิดสงครามการค้า พรรคพร้อมจะปกป้องทุนไทยและ SME ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ โดยจะรับฟังเสียงจากผู้ประกอบการทุกระดับ ไม่ใช่ฟัง แต่บริษัทใหญ่เพียงไม่กี่รายเหมือนที่ผ่านมา
ในช่วงท้าย นายวีระยุทธเตือนถึงสัญญาณอันตรายของเศรษฐกิจไทยที่โตเพียง 2-3% ต่อปี ซึ่งเปรียบเสมือน "กบที่กำลังโดนต้ม" หากปล่อยไว้จะเข้าสู่ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) คือเศรษฐกิจไม่โต แต่เหลื่อมล้ำสูง ตลาดหุ้นมีแต่บริษัทผูกขาด และคนเก่งพากันย้ายประเทศ
“การเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม เพราะการอยู่แบบเดิมคือการดิ่งลงก้นเหวที่อาจกลับมาไม่ได้อีกเลย วันอาทิตย์นี้คือโอกาสเดียวในรอบ 30 ปีที่จะเปิดประตูแห่งความหวัง ขอโอกาสให้พรรคประชาชนได้พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้เท่าเทียมและเท่าทันโลก” นายวีระยุทธ กล่าว