

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามเทพหัสดิน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากมวลชน โดยระบุว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่ใช่เพียงการหย่อนบัตรตามวงรอบการเมือง แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีจากเสียงประชาชนถูกปลดด้วยอำนาจที่ไม่เป็นธรรมตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมปีที่ผ่านมา
นายจุลพันธ์ได้วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมืองปัจจุบันว่ามีความผิดปกติอย่างมาก โดยชี้ให้เห็นว่าแม้พรรคประชาชนจะมี สส. มากที่สุดในสภา แต่กลับไปสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศมหาศาล พร้อมทั้งเตือนถึงสัญญาณอันตรายจากการที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับมาแข็งแกร่ง มีการโยกย้ายข้าราชการเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง และความพยายามบิดเบือนคดีสำคัญ เช่น กรณีเขากระโดง หรือการเอื้อประโยชน์ในโครงการต่าง ๆ เช่น Moto GP เพื่อสร้างฐานอำนาจ
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้กล่าวถึงวิกฤตที่พรรคต้องเผชิญ ทั้งคำตราหน้าว่าจะ "สูญพันธุ์" หรือมี สส. ไม่ถึงร้อยคน โดยย้ำว่าตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย พรรคผ่านทั้งการรัฐประหาร การถูกยุบพรรค และนิติสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน "เราต้องยอมถอย ต้องกลืนเลือดภายใต้กติกาที่บิดเบี้ยว แต่เราไม่เคยถอยออกนอกเส้นทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" นายจุลพันธ์กล่าว พร้อมยืนยันว่าวันนี้คนเสื้อแดงสามารถกลับมามีที่ยืนและภูมิใจในตัวตนได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกดูถูกและต้องวิ่งหลบกระสุนในอดีต
นายจุลพันธ์ได้นำเสนอนโยบายที่เน้นแก้ปัญหาปากท้องและสร้างอนาคตให้กับประชาชน ได้แก่:
ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายจุลพันธ์ได้ขอบคุณคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่เปิดใจรับฟังพรรคเพื่อไทย โดยย้ำว่าทุกเสียงมีค่าเท่ากัน และประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเริ่มจากการรับความจริง ไม่ใช่การสร้างความแตกแยกหรือตัดสินว่าผู้ที่คิดต่างคือศัตรู, พรรคเพื่อไทยจะไม่ขายความสะใจ หรือเหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี แต่จะใช้ความอดทนและนโยบายจากชีวิตจริงเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศ
ในช่วงท้าย นายจุลพันธ์ได้กล่าวแนะนำ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ "อาจารย์เชน" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยยกย่องว่าเป็นผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลกที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะผลงานการคิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือคนพิการ นายจุลพันธ์เชื่อมั่นว่า "เชน" จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
"ไม่ว่าท่านจะเดินไปไกลเพียงไหน หากท่านหันกลับมา เพื่อไทยจะอยู่ตรงนั้นเคียงข้างท่านเสมอไป" นายจุลพันธ์กล่าวทิ้งท้ายก่อนสิ้นสุดการปราศรัย