
'เพื่อไทย' ตั้งข้อสงสัย ทำไมมี 'หมายเรียกผู้สมัครกาฬสินธุ์' ช่วงเลือกตั้ง
เพื่อไทยตั้งข้อสังเกตการใช้อำนาจรัฐดิสเครดิต หลัง "พลากร" ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เจอหมายเรียกโยงเว็บพนันช่วงโค้งสุดท้าย ชี้พิรุธเร่งรัดคดีหวังทำลายชื่อเสียง ทั้งที่นัดพบหลังวันเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ กรณีตำรวจไซเบอร์ออกหมายเรียกนายพลากร พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ ในข้อหาพนันออนไลน์และฟอกเงินช่วงก่อนการเลือกตั้ง
- พรรคฯ เชื่อว่าการออกหมายเรียกดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจรัฐเพื่อกลั่นแกล้งและทำลายชื่อเสียงทางการเมือง โดยหวังผลต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
- มีการชี้ให้เห็นข้อพิรุธหลายประการ เช่น การเลือกใช้หมายเรียกแทนหมายจับที่ต้องผ่านศาล และการกำหนดวันนัดพบหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งมองว่าเป็นการจงใจสร้างกระแสข่าวเชิงลบ
จากกรณีที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ได้ออกหมายเรียก นายพลากร พิมพะนิตย์ หรือ "สส.บอล" ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และฟอกเงิน
ล่าสุด พรรคเพื่อไทยได้ออกมาตั้งข้อสังเกตอย่างรุนแรงถึงความผิดปกติในการดำเนินคดีในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าตนได้พูดคุยกับนายพลากรแล้ว ซึ่งเจ้าตัว ยืนยันในความบริสุทธิ์และปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันใดๆ, พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่ามีการเร่งรัดคดีอย่างผิดปกติ โดยมีข้อมูลว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เรียกหน่วยงานมาประชุมเพื่อเร่งรัดคดีทางการเมืองเป็นพิเศษ ทั้งนี้ พรรคยืนยันว่านายพลากรยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อรอรับการเลือกตั้งและไม่มีเหตุให้ต้องหลบหนีเนื่องจากเป็นเพียงหมายเรียกเท่านั้น
นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าก่อนการส่งนายพลากรลงสมัคร พรรคได้ทำการ ตรวจสอบประวัติผ่านหน่วยงานต่างๆ กว่า 10 หน่วยงาน อย่างครบถ้วน และผลในขณะนั้นระบุชัดเจนว่าไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย
"พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง อย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม"
และทิ้งท้ายว่า "ผู้มีอำนาจมาแล้วก็ไป แต่ความผิดที่ทำตามคำสั่งจะติดตัวผู้ลงมือกระทำไปอีกนาน"
ทางด้าน นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสงสัยผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าการออกหมายเรียกครั้งนี้อาจเป็นการ ใช้อำนาจรัฐเพื่อดิสเครดิต โดยมีข้อสังเกตสำคัญ 3 ประการคือ
1.การเลือกใช้หมายเรียก: ซึ่งเป็นอำนาจของตำรวจโดยตรง ไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากศาล ทำให้สามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อสร้างข่าวให้มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน
2.เงื่อนเวลาที่มีพิรุธ: วันนัดหมายคือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นหลังวันเลือกตั้งไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงไม่มีเหตุความจำเป็นต้องออกหมายเรียกในช่วงเวลานี้ แต่กลับเลือกทำเพื่อให้เกิดกระแสข่าวก่อนวันลงคะแนน
3. หลักฐานที่ยังไม่เพียงพอ: มีกระแสข่าวว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พยายามขออนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว แต่ ศาลไม่อนุมัติเนื่องจากหลักฐานยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ
สำหรับเบื้องหลังคดีนี้ ตำรวจไซเบอร์ได้สนธิกำลังตรวจค้นพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขยายผลเครือข่ายเว็บพนัน “huaysodplus” และ “Banhuay98” ที่มีเส้นทางการเงินหมุนเวียนสูงถึง 1,200 ล้านบาท
โดยมีการออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย ซึ่งรวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง "สจ.เปียว" และ "สจ.เนย์" ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี โดยตำรวจอ้างว่าพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมาถึงนายพลากรในลักษณะผู้รับผลประโยชน์ร่วม






