thansettakij
“ณัฐพงษ์”ลั่นกระแส ปชน.พุ่งไม่หยุด ชวนประชาชนโหวตตัดวงจรการเมืองเก่า

“ณัฐพงษ์”ลั่นกระแส ปชน.พุ่งไม่หยุด ชวนประชาชนโหวตตัดวงจรการเมืองเก่า

02 ก.พ. 2569 | 09:30 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 09:40 น.

“ณัฐพงษ์”ประกาศลั่น กระแส ปชน. พุ่งไม่หยุด ชวนประชาชน “โหวตเปลี่ยนประเทศ” ตัดวงจรการเมืองเก่า ไม่หวั่นชนเวทีใหญ่ภูมิใจไทย สุพรรณบุรี

KEY

POINTS

  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า กระแสความนิยมของพรรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
  • เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อเป็นโอกาสในการตัดวงจรการเมืองแบบเก่า และเลือกอนาคตของประเทศไทย
  • ย้ำพรรคประชาชนคือทางเลือกสำหรับการเมืองที่โปร่งใสและเท่าเทียม พร้อมขอให้ประชาชน “เลือก 2 ใบ” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความนิยมของพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ ว่า จากการประเมินทั้งในพื้นที่และกระแสบนโซเชียลมีเดีย พบว่า ความนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและ “ทวีคูณ” ต่อเนื่อง ทำให้ตนและสมาชิกพรรคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่อยากให้ประชาชนมองว่า เป็นเพียงการเลือกนักการเมืองเข้าไปบริหารประเทศ แต่คือ การ “เลือกอนาคตของประเทศไทย” และเป็นโอกาสสำคัญในการตัดวงจรการเมืองแบบเดิมที่ฉุดรั้งประเทศมาอย่างยาวนาน 

“หากประชาชนต้องการประเทศไทยที่ดีกว่า การเมืองโปร่งใส ไม่มีสีเทา และประชาชนทุกคนเท่าเทียมกัน พรรคประชาชนคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุด”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง “หมัดเด็ด” ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนเดินหน้าจัดเวทีปราศรัยย่อยควบคู่กับคาราวานหาเสียงทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อสื่อสารนโยบายและแนวคิดการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด พร้อมย้ำว่า ทุกคะแนนเสียงมีความหมายต่อการหาทางออกให้ประเทศในระยะยาว

สำหรับกรณีเวทีปราศรัยในจังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ ซึ่งถูกจับตามองว่าจะเป็นการ “ชนเวที” กับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงแต่อย่างใด และเชื่อว่าประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แสดงสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 แล้ว จากคะแนนเสียงบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ หากประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จำเป็นต้อง “เลือก 2 ใบ” เพื่อให้ประเทศไทยก้าวออกจากการเมืองแบบเดิม และขอให้ติดตามบรรยากาศเวทีปราศรัยในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งจะสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างชัดเจน