“พิธา”คืนเวทีหาเสียง ปลุก 3 กลุ่ม เลือก ปชน. ดัน“ณัฐพงษ์’นั่งนายกฯ 8 ปี

25 ม.ค. 2569 | 11:08 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 11:31 น.

“พิธา”ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงคกรุง ปลุกประชาชน 3 กลุ่มออกมาใช้สิทธิ เลือกพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ตั้งเป้าชนะถล่มทลาย ดัน “ณัฐพงษ์”เป็นนายกฯ 2 สมัย 8 ปี

KEY

POINTS

  • นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับขึ้นเวทีปราศรัยของพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อรณรงค์ให้เลือก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย รวม 8 ปี
  • ตั้งเป้าหมาย "ชนะให้ใหญ่" เพื่อไม่ให้พรรคอันดับสองจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และ "ชนะให้ยาว" เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • เรียกร้องให้ประชาชน 3 กลุ่มออกมาใช้สิทธิ ได้แก่ กลุ่มผู้ไม่เคยเลือกตั้ง, กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ และ กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก
  • ชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีวุฒิสภาเป็นอุปสรรค หากทั้ง 3 กลุ่มร่วมกันลงคะแนน จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนได้สำเร็จ

วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาชน(ปชน.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้หัวข้อ “เชื่อในประชาชน” เพื่อเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ เดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยจนแน่นพื้นที่

ไฮไลต์ของเวทีอยู่ที่การขึ้นปราศรัยครั้งแรกของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งได้รับเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้สนับสนุน ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ “การเมืองของประชาชน” กลับมาอีกครั้ง

 

นายพิธา กล่าวตอนหนึ่งว่า การกลับขึ้นเวทีครั้งนี้มีเหตุผลเพียงข้อเดียว คือ การชักชวนให้ประชาชนเลือกพรรคประชาชน เพื่อส่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยยังมี “เรื่องค้างคา” จากการเลือกตั้งครั้งก่อน

                             “พิธา”คืนเวทีหาเสียง ปลุก 3 กลุ่ม เลือก ปชน. ดัน“ณัฐพงษ์’นั่งนายกฯ 8 ปี

“ประชาชนกว่า 40% หรือ 14 ล้านเสียง เลือกพรรคก้าวไกล แต่พรรคอันดับสองไม่ยอมให้เราได้บริหารประเทศ ดังนั้น ครั้งนี้เราต้องไม่ยอมอีกต่อไป วิธีเดียวคือ ต้องชนะให้ใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม” 

 

นายพิธา อธิบายว่า “ชนะให้ใหญ่” คือ ชนะจนพรรคอันดับสองไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และ “ชนะให้ยาว” คือ ดัน นายณัฐพงษ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย หรือ 8 ปี เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

“ถ้าเลือกพรรคประชาชนให้มากพอ ให้ ณัฐพงษ์ได้ เป็นนายกฯ 8 ปี ผม ชัยธวัช ตุลาธน ปิยบุตร แสงกนกกุล และ ทีมก้าวไกลทั้งหมด จะกลับมาทำงานเต็มทีมแน่นอน” นายพิธา กล่าว ท่ามกลางเสียงปรบมือ

จากนั้น นายพิธา ได้สื่อสารตรงไปยังประชาชน 3 กลุ่มสำคัญ 

กลุ่มแรกคือ ประชาชนกว่า 25% หรือราว 12 ล้านคน ที่ไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตนเข้าใจถึงต้นทุนของการเลือกตั้ง ทั้งการลางาน ปิดร้านค้า แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะไม่มีวุฒิสภามาเป็นอุปสรรคอีกต่อไป

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นรัฐบาล ประมาณ 10% หรือ 7 ล้านคน โดยย้ำว่า ไม่มีนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบ แต่ขอให้มองหานักการเมืองที่ตื่นเช้ามาเพื่อประชาชนจริง ๆ 

พร้อมยกตัวอย่างการทำงานของ นายรังสิมันต์ โรม และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ที่ต่อสู้ในประเด็นสิทธิแรงงานและประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า หากยังตัดสินใจไม่ได้ ขอให้เลือกพรรคประชาชน

ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 2.4 ล้านคน นายพิธา ขออย่าให้หมดหวังกับประเทศ แม้จะผิดหวังได้ แต่ต้องไม่หมดหวัง และขอให้ใช้สิทธิ์ของตนเองกำหนดอนาคตประเทศ

“ถ้าเอา 12-13 ล้านคนที่ไม่ออกมาเลือกตั้ง รวมกับ 7 ล้านคนที่ยังไม่ตัดสินใจ และอีกกว่า 2 ล้านเสียงของคนรุ่นใหม่ รวมกัน เราชนะแน่นอน การเมืองจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม ธนาธร หรือ ณัฐพงษ์ แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน ที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” นายพิธา กล่าวปิดท้าย