“ณัฐพงษ์”ปราศรัยกลางกรุงชวนประชาชนเขียนประวัติศาสตร์ไทยใหม่

25 ม.ค. 2569 | 14:37 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 14:49 น.

“ณัฐพงษ์”ปราศรัยกลางกรุงชวนประชาชนเขียนประวัติศาสตร์ไทยใหม่ รับปล่อยนักโทษการเมือง หากมีอำนาจ พร้อมขานรับเป็น “นายกฯ เท้ง” สัญญาปราบโกง

KEY

POINTS

  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยเชิญชวนประชาชนร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่ปราศจากเผด็จการและมีความเท่าเทียม
  • ประกาศเจตนารมณ์ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและกองทัพ โดยให้ตำรวจและข้าราชการรับใช้ประชาชน และกองทัพต้องทันสมัย ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ไม่ใช่ปกครอง
  • ให้คำมั่นสัญญาต่อผู้ฟังว่า จะปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองหากพรรคได้เป็นรัฐบาล และจะบริหารประเทศอย่างซื่อสัตย์ต่อประชาชน พร้อมต่อสู้กับการทุจริต
  • ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นทางเลือกระหว่างการเมืองแห่งอดีต กับอนาคต และอำนาจอยู่ในมือประชาชนอย่างเต็มที่เนื่องจากไม่มี สว. ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี

วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศเจตจำนงชวนประชาชนร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์ไทยหน้าใหม่ สร้างประเทศที่มีประชาธิปไตยปราศจากเผด็จการครอบงำ ประชาชนมีความมั่นคงไปพร้อมกับประเทศ ไม่ว่ารวยหรือจนต้องเท่าเทียมกัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมว่า ตำรวจต้องทำงานรับใช้ประชาชน ไม่เรียกรับส่วยเพื่อซื้อขายตำแหน่ง ข้าราชการทุกคนเป็นผู้รับใช้ประชาชน พร้อมชี้ว่า ที่ผ่านมากฎหมายถูกใช้เล่นงานผู้ที่ตั้งใจทำถูก แต่กลับละเว้นคนทำผิด ซึ่งต้องร่วมกันแก้ไข โดยคุกควรเป็นสถานที่คุมขังผู้กระทำผิด ไม่ใช่ขังคนจนหรือผู้เห็นต่างทางการเมือง

ระหว่างการปราศรัย มีผู้ฟังตะโกนว่า “ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน” ทำให้นายณัฐพงษ์ ตอบรับว่า “อยู่ในหัวใจ หากมีอำนาจ ทำแน่นอน หมายถึงนักโทษทางการเมือง ทำแน่นอน”

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงบทบาทกองทัพว่า ต้องเป็นกองทัพที่ทันสมัย ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ไม่ใช่ปกครองประเทศ ก่อนจะย้ำว่าหน้าที่ของประชาชนคือ เดินหน้าเข้าสู่คูหา ไม่ยอมให้ความหวาดกลัวหรือการบิดเบือนมาปิดกั้นการเปลี่ยนแปลง 

ระหว่างการปราศรัย มีผู้ฟังตะโกนว่า “ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน” ทำให้นายณัฐพงษ์ ตอบรับว่า “อยู่ในหัวใจ หากมีอำนาจ ทำแน่นอน หมายถึงนักโทษทางการเมือง ทำแน่นอน”

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงบทบาทกองทัพว่า ต้องเป็นกองทัพที่ทันสมัย ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ไม่ใช่ปกครองประเทศ ก่อนจะย้ำว่าหน้าที่ของประชาชนคือ เดินหน้าเข้าสู่คูหา ไม่ยอมให้ความหวาดกลัวหรือการบิดเบือนมาปิดกั้นการเปลี่ยนแปลง 

พร้อมระบุว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ มี 2 ทางเลือก คือ การเมืองแห่งอดีต กับ การเมืองแห่งอนาคต ที่พรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ช่วงหนึ่ง ผู้ฟังตะโกนว่า “ไม่ใช่หัวหน้า เป็นนายกฯเลย” ทำให้ นายณัฐพงษ์ รับลูกว่า “นายกฯ ให้คำสัญญากลับเช่นกัน” ก่อนที่ผู้ร่วมฟังจะตะโกน “นายกฯ เท้ง” ดังก้องเวที โดยนายณัฐพงษ์ ย้ำว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี สส. และ ตัวแทนพรรคจะซื่อสัตย์ ไม่โกหกหลอกลวงประชาชน อ่อนน้อมต่อประชาชน และยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ หากพบการทุจริตคอร์รัปชัน จะดำเนินการจัดการทันที

                               ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย ย้ำถึงความเป็นไปได้ของการจัดตั้ง “รัฐบาลประชาชน” โดยชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาไม่มีอำนาจร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีเหมือนในอดีต หากพรรคประชาชนได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง นายณัฐพงษ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีทันที

นายธนาธร ระบุว่า การเมืองแบบเก่ากำลังหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลง และพยายามสร้างข่าวลวงเพื่อทำให้ประชาชนหมดหวัง พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีตที่ สะท้อนความไม่ปกติในสังคม ย้ำว่า พรรคประชาชนเตรียมพร้อมทั้งทีม สส. และทีมบริหารประเทศไว้แล้ว

“เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ ทำให้สิ่งที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นไปได้ อำนาจกำหนดอนาคตประเทศอยู่ในมือประชาชน เพราะรอบนี้ไม่มี สว.แล้ว” นายธนาธร กล่าว