thansettakij
“เพื่อไทย”จี้ กกต.เร่งสอบเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต พบพิรุธอื้อ

“เพื่อไทย”จี้ กกต.เร่งสอบเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต พบพิรุธอื้อ

02 ก.พ. 2569 | 06:33 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 06:42 น.

พรรคเพื่อไทยเผยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 16 จังหวัด 26 เขต พบผิดปกติหลายด้าน ตั้งแต่จำนวนผู้ใช้สิทธิในจังหวัดเดียวกัน ป้ายประกาศสับสน รายชื่อผู้สมัครไม่ครบ จ่าหน้าซองคลาดเคลื่อน จัดรถรับส่งผู้ใช้สิทธิ

KEY

POINTS

  • พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หลังส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่และพบข้อพิรุธหลายประการ
  • ข้อพิรุธที่พบ เช่น จำนวนผู้ใช้สิทธิในจังหวัดเดียวกันสูงผิดปกติซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการซื้อเสียง, การติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไม่ครบถ้วน, และการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด
  • พรรคแสดงความกังวลว่า ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง จึงต้องการให้ กกต. มีมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการลงพื้นที่สังเกตการณ์การออกเสียงลงคะแนนที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการลงคะแนนล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นายศึกษิษฏ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนผู้สังเกตการณ์เข้าไปติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกลาง และกระบวนการใช้สิทธิของประชาชน ในพื้นที่ 16 จังหวัด รวม 26 เขตเลือกตั้ง โดยคัดเลือกเฉพาะพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสูงกว่าการเลือกตั้งปี 2566 มากกว่าร้อยละ 50 เพื่อประเมินความพร้อมและความเรียบร้อยของกระบวนการเลือกตั้ง

จากการสังเกตการณ์ พรรคเพื่อไทยพบข้อสังเกตหลายประการที่เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเร่งตรวจสอบ ชี้แจงข้อเท็จจริง และนำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรม ของการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ข้อสังเกตประการแรก พบว่ามีประชาชนจำนวนมากมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่ยังอยู่ภายในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากบางจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ลักษณะดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการจัดการหรือการซื้อเสียงล่วงหน้าในระดับพื้นที่ จึงควรมีการตรวจสอบเป็นพิเศษ

ประการที่สอง พบความไม่เป็นมาตรฐานในการติดประกาศข้อมูลหน้าที่เลือกตั้งกลาง บางแห่งแยกป้ายรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อออกจากกัน ขณะที่บางแห่งนำมารวมอยู่ในป้ายเดียว ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิอาจเกิดความสับสน และกระทบต่อการจดจำหมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขต

ประการที่สาม พบว่าหลายหน่วยเลือกตั้งกลางติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง (แบบ ส.ส. 4/14) ไม่ครบถ้วน ตัวอย่างเช่น กรณี นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขต 2 ไม่ปรากฏรายชื่อในประกาศ ส.ส. 4/14 ณ ที่เลือกตั้งกลางจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้ข้อมูลของผู้ใช้สิทธิ

ประการที่สี่ พบความคลาดเคลื่อนในการจ่าหน้าซองแบบ ส.ส. 5/2 โดยเฉพาะการกรอกรหัสเขตเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยมีความเข้าใจไม่ตรงกัน บางแห่งเข้าใจว่าเลขสองหลักแรกเป็นรหัสจังหวัด และสองหลักหลังเป็นรหัสเขต ขณะที่บางหน่วยกรอกรหัสเขตผิด หรือไม่กรอกเลย สร้างความกังวลว่าบัตรเลือกตั้งอาจไม่ถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้อง

และประการสุดท้าย พรรคเพื่อไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งในที่เลือกตั้งกลางมีโอกาสเกิดการจัดยานพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง และควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่พบ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตจำนงของประชาชนให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส