

KEY
POINTS
จากเวที Nation Election 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย SPECIAL ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ช่วงหนึ่งเป็นการเปิดเวทีให้ตัวแทนของแต่ละพรรคตั้งคำถาม (Q:Question) แล้วสุ่มตัวแทนพรรคการเมืองที่จะตอบคำถาม (A:Answer) นั้น ๆ โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วย
Q : นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน
ครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งครั้งแรก เรามีรัฐบาลมาแล้วหลายรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกครั้งก็คือ การแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันล้วนล้มเหลวทั้งหมดซึ่งการทุจริตคอร์รัปชันที่ผ่านมา เป็นบ่อเกิดของสิ่งชั่วร้ายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตั๋วตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นทุนสีเทา คำถาม คือ หลายท่านเคยเป็นรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐบาล ทำไมจึงไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้?"
A: นายวสวรรธน์ พวงพรศรี พรรคไทรวมพลัง
ผมมีความอึดอัด อัดอั้นตันใจ เราเคยลงพื้นที่ด้วยกัน อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา ปัญหาชายแดน เสียงของคนชายแดนถูกลืม เราลำบากมาก เราหนี ไม่มีใครมาดูแล บ้านถูกระเบิดเสียสี่ห้าแสน เยียวยาจริงแค่สี่ห้าหมื่น บางหลังเจ็ดแปดพัน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่การเมืองต้องสร้างสรรค์จริง ๆ ในการแก้ไขปัญหาชายแดน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ที่โครงสร้างของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอร์รัปชัน แก้ที่งบประมาณ แก้ที่อำนาจหน้าที่ เปลี่ยนได้ไหม ไม่ใช่จัดสรรตามโควตารัฐมนตรี
ที่ผ่านมาทำไมถึงปล่อยให้การดูแลแนวชายแดนและรักษาทหาร ไปพึ่งวัด ไปพึ่งพระ พึ่งเอกชน ชีวิตของทหารเค้าไม่ได้งบประมาณ เบี้ยเลี้ยงจ่ายแค่ครึ่งเดียวและเพิ่งออกเมื่อวานนี้ 250 บาท
ผมเชื่อแน่ว่า ด้านหลังของผมทุกคนมีนโยบายดี ๆ อยู่แล้ว อยากจะเชิญชวนให้มาเห็นด้วยร่วมกัน ทหารชั้นผู้น้อยนะครับ เค้าไม่ได้พูด วันนี้ผมขอมาพูดแทน หากผมได้รับโอกาส ผมจะพูดเรื่องนี้โดยที่ไม่หยุด จะหารือจนกว่าจะได้
Q: นายวสวรรธน์ พวงพรศรี พรรคไทรวมพลัง
ระบบงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ทหารแนวหน้า รวมถึงภาคธุรกิจเงินยังไปไม่ถึง ถึงช้า ปล่อยให้ทหารแนวหน้าต้องรอรับเงินบริจาคจะแก้ไขปัญหาความล่าช้านี้ได้อย่างไร
A : นายอัมพร พินะสา พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์ในอดีตเคยมีนายกฯมาแล้ว 2 ท่านเป็น 3 สมัย อยากจะเรียนว่า ปัญหาชายแดนกับเรื่องทหารวันนี้คงมองจุดเดียวไม่ได้ ต้องถอดบทเรียน เราไม่เคยสู้รบกับประเทศไหนที่เป็นชายแดนติดต่อกับเราแต่พอเกิดปัญหานี้ขึ้น รัฐบาลเองต้องมีวิธีการในการแก้ไขปัญหา ประการที่หนึ่ง เราต้องดูว่า ผลกระทบจากปัญหาที่มันเกิดขึ้น เรื่องแรกเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ต้องอพยพจากชายแดนมาอยู่ที่สถานที่ปลอดภัย
ประการที่สอง ทหารไปสู้รบ เสียชีวิต ต้องใช้ยุทโธปกรณ์เข้าไปสู่ในการสู้รบเพื่อเอาชัยชนะ ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เราต้องมาประเมินว่า สู้คราวนี้เราต้องชนะให้ได้ และเอาชนะให้ราบคาบด้วย ประการที่สอง เรามีงบกลางอยู่แล้วของรัฐบาล อะไรจะสำคัญกว่าชีวิตของคน ต้องเอางบกลางเหล่านี้ไปซัพพอร์ตทหาร ไปซัพพอร์ตชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน
เรากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างอื่นเรายังกระตุ้นได้ ถ้าเราไม่กระตุ้นพี่น้องให้มีขวัญกำลังใจให้สู้รบคราวนี้ เราจะไปกระตุ้นตอนไหน ใช้งบกลางทำงาน ใครสูญเสียต้องปูนบำเน็จความชอบให้และในอนาคตควรจะมีงานให้ทำ ดูแลการคัดเลือกทหารใหม่ เข้าไปต้องมีเงินเดือน มีรายได้เพียงพอกับการดำเนินชีวิต ให้มีกำลังใจต่อไป
ทั้งนี้ นายวสวรรธน์ พรรคไทรวมพลัง ตั้งข้อสังเกตกับทุกพรรคการเมืองว่า เวลานี้พรรคการเมืองต่างหาเสียงนโยบายรักชาติด้วยกันทั้งนั้นซึ่งก็ไม่ทราบว่า วัดจากอะไร เพราะเชื่อว่าประชาชนทุกคนที่อยู่ตรงนี้ไม่มีใครไม่รักชาติ การวัดจากนักการเมืองที่ว่า รักชาติต้องวัดจากกระทำไม่ใช่วัดที่คำพูด ตอนระเบิด BM 21 ลงคุณต้องอยู่กับประชาชน ไม่ใช่มารักชาติตอนใกล้เลือกตั้ง
Q : นายอัมพร พินะสา พรรคประชาธิปัตย์
ถ้าจะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าโดยใช้หลักธรรมาภิบาลโดยใช้การเลือกตั้งสุจริตเป็นตัวนำ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พรรคของท่านจะมีการซื้อสิทธิขายเสียงหรือไม่ และเมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลจะบริหารประเทศ เป็นตัวอย่างในการนำประเทศไปสู่การแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ แก้ปัญหาทุนเทาได้อย่างไร
A: นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม
การคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็น สส. หรือไปเป็นรัฐบาลในอนาคต วันนี้สังคมกำลังตั้งคำถามและมีข้อข้องใจว่า นักการเมืองไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองไหนถูกตั้งคำถามว่าคุณมาด้วยความสุจริตหรือไม่ วันนี้กติกาที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ จิตสำนึกของคนเป็นนักการเมืองรู้อยู่แก่ใจว่า ตัวเองทำอะไร
ผมคิดว่าเมื่อคุณไปเป็นรัฐบาล เมื่อคุณไปเป็นนักการเมืองแล้ว เราต้องการนักการเมืองที่สามารถตรวจสอบได้ สามารถที่จะให้ประชาชนนั้นถ่วงดุลอำนาจได้และเมื่อยิ่งคุณไปเป็นรัฐบาล เราต้องการรัฐบาลที่มีความโปร่งใส เราไม่ต้องการรัฐบาลหรือคนเป็นนักการเมืองหรือคนเป็นรัฐมนตรีที่มีความเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต
เราเห็นมาหลายยุคหลายสมัยแล้วว่า คนบางคนที่เข้าสู่ตำแหน่งแล้วยังมีคำครหา หรือยังมีปัญหาในเรื่องของความบริหารชาติบ้านเมืองแล้วเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน มีคดี มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สุดท้ายแล้วคนเหล่านี้ซึ่งสังคมยังคาใจอยู่ก็กลับมาเป็นนักการเมือง ไปเป็นเสนาบดี เป็นรัฐมนตรีอีกมากมาย
วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้อยากจะให้ประชาชนทั่วประเทศและพรรคการเมืองทุกพรรคร่วมกันในการที่จะไม่สนับสนุนในเรื่องของการเข้าสู่ตำแหน่งโดยการซื้อเสียงหรือการทุจริตต่อการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองเด็ดขาด เราต้องการที่อยากจะเห็นรัฐบาลหน้าซึ่งเป็นรัฐบาลที่สามารถประชาชนถ่วงดุลอำนาจได้ นั่นคือ รัฐบาลที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบจากประชาชนได้ นี่คือเป้าหมายที่เราอยากจะเห็นในอนาคต
Q : นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม
อยากทวงคำถามว่าเมื่อไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรือไปเป็นรัฐบาล นโยบายที่ประกาศไว้สำหรับคนอีสานในการที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน เมื่อไปเป็นรัฐบาลแล้วรับปากได้ไหมว่า จะจัดความสำคัญในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจนของคนอีสานและเศรษฐกิจภาคอีสานเป็น First Priority ของนโยบายของรัฐบาล
A : นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย
ประการแรก คือ เรื่องของการล้างหนี้เราทำแน่นอน และเรื่องของเติมพลังให้กับเยาวชนและผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือนแต่ที่ทำมากกว่านั้นคือ การแก้ปัญหาในเชิงระบบ เรื่องระเบียงเศรษฐกิจอีสาน 3 จังหวัดที่มีอยู่แล้ว คือ นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย ซึ่งจะเชื่อมกับโลก เชื่อมกับประตูอีสานสู่ตะวันออก หลายรัฐบาลทำไว้แล้วแต่ไม่เวิร์ก ไม่ขยับ เราจะเข้ามาขยับต่อให้
เติมด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสานโดยในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้จะทำให้เกษตร อุตสาหกรรม แปรรูปเกษตรทุกอย่างที่อีสานไม่ต้องส่งไปแปรรูปที่อื่น เพราะฉะนั้น เขตเศรษฐกิจพิเศษอีสานจะมีทั้งเรื่อง Trading คือ การค้าขนาดใหญ่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ท่องเที่ยว และศูนย์กลางการศึกษาในที่เดียวกันเราจะเข้ามาทำต่อ ส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษในรัฐบาลที่แล้วทำไปแล้วแต่ยังเดินได้ไม่ไกล เราหมดอายุก่อน จะเข้ามาผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสาน จะได้จบตำนานลูกอีสานไปขายแรงงาน คนอีสานทั้งหมดเวลาจะทำงานมาทำงานที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีอัตรางานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5 แสนตำแหน่งแน่นอน
Q : นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย
หากได้เป็นรัฐบาลจะสนับสนุนแนวคิดของพรรคเพื่อไทยเรื่องระเบียงเศรษฐกิจอีสานและเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสานหรือไม่ อย่างไร
A: คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย
ในฐานะเป็นลูกอีสาน หลานย่าโม รู้สึกอึดอัดและเสียใจแทนคนอีสาน ผลิตมากที่สุดแต่จนมากที่สุด พรรคฯ เห็นด้วยกับสภาหอการค้า สภาอุตฯ NEC มันต้องเกิด และควรจะเกิดมาเป็นสิบปีแล้ว ทุกอย่างช้า ทั้งเรื่องของรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะต่อจากหนองคายลงมา ต่อโคราชขึ้นมาเจอกัน รวมถึงต้องทำดรายพอร์ตทุกจุด นิคมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร และอาหารส่งทั่วโลก วันนี้ไทยต้องเป็นศูนย์กลางจริงๆ ถ้าเป็นรัฐบาลจะให้ภาคอีสานเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้พลังงานสีเขียว ป้อนคนทั้งโลก ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยขาดแต่เพียงคนลงมือทำเท่านั้น
Q : คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย
ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเรื่องโอกาสของเอสเอ็มอีอย่างไร สินค้าต่างชาติทุ่มตลาด รวมถึงปัญหาเรื่องของการทุจริตที่เป็นต้นทุนแฝงของธุรกิจได้อย่างไร
A : นายจตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่
การพัฒนาภาคอีสานต้องมองหลายมิติ ปัญหาเรื่องโครงสร้าง เช่น ปัญหาเรื่องน้ำ เดี๋ยวแล้ง เดี๋ยวท่วม สภาพของพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูง และการเข้าถึงระบบต่าง ๆ ถ้าพรรคโอกาสใหม่เป็นรัฐบาลเราแก้ได้ แต่คงไม่สามารถแก้ได้ภายในวันสองวัน ต้องใช้เวลา ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาระบบต้องแก้ระเบียบ ส่วนเรื่องการเข้าถึงที่ต้องให้โอกาสที่ต้องเสริมไปกับท้องถิ่น ท้องที่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งสามส่วนต้องเชื่อมโยงกันจึงจะแก้ไขได้ อีสานเป็นภาคที่มีศักยภาพในหลายด้านซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำอยู่บนความยั่งยืน ยืนยันว่า สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้
Q: นายจตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่
วันนี้ปัญหาความมั่นคงมีความซับซ้อน ทั้งเรื่องของปัญหาชายแดนถามมุมมองต่อทหารอย่างไร รวมถึงมุมมองในการยกระดับภาพลักษณ์ของทหาร
A: นายรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน
ทหารมีไว้ป้องกันประเทศและพรรคประชาชนสนับสนุนจุดยืนนี้แต่ปัญหาอยู่ที่ทหารบางคนที่ใช้ทหารเข้ามายุ่งการเมืองและการรัฐประหาร คำพูดที่ว่า ทหารมีไว้ทำไม เป็นคำพูดเมื่อปี 2566 แต่ค่ายทหารส่วนใหญ่วันนั้นเลือกพรรคก้าวไกลแต่เอามาโจมตีพรรคในวันนี้ ยืนยันว่า นโยบายสนับสนุนทหารชั้นผู้น้อยให้มีสวัสดิการและหากพ้นจากการเป็นทหารไปแล้วจะมีเงินในการประกอบอาชีพ