

KEY
POINTS
30 มกราคม 2569 งานดีเบตนโยบายเศรษฐกิจ Thailand Redesign 2026 The Next level จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ ร่วมกับ สถาบันธรรมศักดิ์ ณ AIS สยาม มีผู้ร่วมดีเบตจาก 4 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3, ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และนายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรมพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งตอบคำถามประเด็นเรื่องของการทุจริตคอรัปชัน
โดย ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่ตั้งคำถามกับทุกพรรคการเมือง ว่า
"ทันทีที่ได้เป็นรัฐบาลจะเริ่มต้นอย่างไรเพื่อให้ประชาชนเชื่อว่า พรรคของท่าน รัฐบาลของท่านจะซื่อสัตย์ โปร่งใส รับผิดชอบ ให้ประชาชนตรวจสอบได้"
-เพื่อไทย ชู Digital Government อุดช่องโหว่ "ใต้โต๊ะ"
นพ.พรหมมินทร์ ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เบื้องต้นเจตนาเป็นเรื่องสำคัญที่เรียกว่า "หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก" คนที่เข้ามาทำงานต้องมีเจตนาที่บริสุทธิ์ จัดการไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งเพราะเมื่อมีการซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น ที่มาและที่ไปของผลประโยชน์จะตามมาทันที แม้ปัจจุบันพยายามแก้ไขอย่างไร แต่ระบบ "ใต้โต๊ะ" ก็ยังคงมีอยู่ตลอด
เราเชื่อมั่นว่า เรื่องเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยความโปร่งใส (Transparency) ผ่านระบบที่เรียกว่า Digital Government (รัฐบาลดิจิทัล) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญโดยเฉพาะใน 2 ส่วนหลัก คือ เรื่องใบอนุญาต (License) ปัญหาที่ผ่านมา คือ เมื่อขออนุญาตแล้ว กระบวนการตรวจสอบไม่จบสิ้นเสียทีแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถกำกับได้ทุกขั้นตอนว่า ต้องพิจารณาอะไร มีเหตุผลอย่างไร ในการอนุมัติหรือไม่พิจารณา และต้องตอบกลับให้ทันเวลา
หากไม่ตอบ ระบบจะทำการ Monitor ทันทีเพื่อให้ผู้ใหญ่หรือผู้บริหารตรวจสอบความโปร่งใสผ่านระบบได้ นอกจากนี้เรื่องการตรวจรับและการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องถูกกำกับด้วยเงื่อนไขเวลาและเหตุผลในลักษณะเดียวกันเพื่อให้เกิดความชัดเจน
อีกประการหนึ่ง คือ การใช้ระบบ Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) เพื่อ Empower ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ระบบนี้เป็นสมบัติของรัฐที่พัฒนาโดย สวทช.ประชาชนสามารถอัปโหลดข้อมูลได้ทั้งเสียง ภาพ หรือข้อความ พร้อมระบุพิกัดของแต่ละบุคคล โดยข้อมูลจะถูกส่งกระจายไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยอัตโนมัติทันที ไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และระบุได้ว่า งานจะเสร็จเมื่อไร ประชาชนจึงตรวจสอบได้ตลอดเวลา ช่วยลดระยะเวลาทำงานและแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ด้วยการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านระบบดิจิทัล
-ชูแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" เปิดธรรมาภิบาล ล้างระบบซื้อขายตำแหน่ง
ดร.การดี แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 กล่าวว่า สิ่งที่จะช่วยได้ทางพรรคจะสร้างแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เริ่มจากหน่วยงานของโครงการขนาดใหญ่ก่อนอย่างน้อยต้องรู้ได้ว่า TOR มีการเขียนผิดปกติ ราคากลางมีผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจากเทคโนโลยีปัจจุบันเรื่องเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ง่าย
ประการถัดมา คือ คนที่มารับงานรัฐ มีความผิดปกติในเชิงนอมินี หรือ Ultimate Beneficial Owner มีความน่าสงสัยอย่างไร หรือมีงานที่ควรจะได้รับ Blacklist มาแล้วแต่ก่อนหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นผิดพลาดงาน หรือมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร สิ่งนี้จะสามารถเปิดอยู่ในแพลตฟอร์มของรัฐซึ่งประชาชนจะเข้ามาเป็นผู้ร่วมตรวจสอบ
ประเด็นแรก เราต้องการทำให้เกิดความโปร่งใสและเกิดการร่วมตรวจสอบจากภาคประชาชน วันนี้เราเข้าใจความอึดอัดของประชาชนดี เรามีหน่วยงานตรวจสอบแต่เราไม่ไว้ใจหน่วยงานตรวจสอบของเราซึ่งเราก็ไม่ควรสร้างหน่วยงานตรวจสอบเพื่อมาตรวจสอบหน่วยงานตรวจสอบอีกทีจะยุ่งกันไปใหญ่ ฉะนั้น ดีที่สุดคือเปิดให้โปร่งใสและให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ประเด็นที่สอง คือ ต้องคุ้มครองข้าราชการน้ำดี หรือ คนที่เป็น Whistleblower ว่าเขาไม่ควรจะต้องมีความกังวล โดยเทคโนโลยีปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการทำ Encryption ว่ามีการส่งข้อมูลเข้าไปได้แต่มีการที่จะปิดในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลและเพื่อความปลอดภัยของเขา
สุดท้ายอยู่ที่จริยธรรมของการเมือง จริยธรรมของนักการเมืองที่ควรจะสูงกว่ากฎหมายตั้งแต่ต้น สุดท้าย คือ Political Will วันนี้เรายังใช้คำว่า มารยาทต่ำกว่ากฎหมาย ถ้ากฎหมายบอกไม่ผิดก็บอกไม่ผิดแต่จริง ๆ แล้วถ้าเราเป็นนักการเมืองเราต้องใช้สิ่งนี้ คือความรับผิดชอบว่าประเทศไทยจะมีความน่าเชื่อถือกว่านี้ได้อีกมาก และประเด็นที่สี่เราต้องตัดตอนเส้นทางอำนาจ การเข้ามาถึงความเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นระดับอธิบดี ระดับปลัดกระทรวง
ถ้าวันนี้ยังเชื่อว่า มีการซื้อขายตำแหน่งกัน สิ่งที่จะช่วยได้ย้อนกลับไป คือ ให้โปร่งใส ใครก็ตามที่จะมารับตำแหน่งอธิบดีจะต้องโชว์วิสัยทัศน์ ดูว่า มีความสามารถจริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าเป็นสายที่ตกทอดมาจากอำนาจ 4 ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ประเทศไทยมี Corruption Index ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และไม่อายใครในโลก
-เสนอแก้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ บังคับเปิดเผยงบประมาณ
ดร.สิทธิพล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชันเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเป็น สส. แล้ว ถ้าพรรคใดหรือนักการเมืองใดใช้ทุนหรือใช้เงินในการเลือกตั้งหรือซื้อสิทธิขายเสียง โอกาสยากมากที่เข้าไปแล้วจะไม่คอร์รัปชัน นี่คือเรื่องที่ฝากถึงพี่น้องประชาชน ประเด็นการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของพรรคประชาชน เราไม่เชื่อเรื่องคน เราเชื่อเรื่องระบบ เราไม่เชื่อเรื่องคนดีแต่เราต้องการสร้างระบบที่ต่อให้คนจะดีหรือไม่ดี คุณจะโกงไม่ได้และถ้าคุณโกง คุณจะถูกตรวจสอบได้ง่าย มั่นใจได้ว่า จะถูกลงโทษอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราจะทำมี 3 เรื่อง คือ 1. เปิดเผย 2. ใช้เทคโนโลยีลดดุลพินิจ และ 3. สร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง
เรื่องแรก การเปิดเผย ข้อมูลทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ เราจะไปแก้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการ เพื่อเปิดเผยข้อมูลงบประมาณให้อยู่ในรูปแบบไฟล์ที่อ่านได้ (Machine Readable) ปัจจุบันสำนักงบประมาณหรือกระทรวงต่าง ๆ ส่งไฟล์ให้ สส. อ่านในแบบที่เครื่องอ่านไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข นอกจากนี้ หากเราเป็นรัฐบาลเราจะเปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลที่อยู่กับกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นสาธารณะฟรี
ปัจจุบันประชาชนต้องเสียเงิน 300-500 บาทเพื่อขอข้อมูลซึ่งรัฐเก็บเงินส่วนนี้ได้ไม่ถึง 20 ล้านบาท/ปี แต่กลับเป็นภาระทั้งข้าราชการและประชาชน การเปิดเผยข้อมูลนี้จะช่วยลดคอร์รัปชันได้ชัดเจน เพราะภาคเอกชนจะช่วยกันตรวจสอบเองว่ามีการฮั้วประมูลหรือไม่
เรื่องที่สอง เทคโนโลยีเพื่อลดดุลพินิจ โดยจะผลักดัน พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตต่าง ๆ ต้องมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน หากเป็นใบอนุญาตที่ไม่กระทบต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย ต้องมีกำหนดเวลาแน่นอนและห้ามเรียกเอกสารเพิ่มซ้ำซ้อน หากถึงเวลาก็ให้ Auto-Approve ได้เลย รวมถึงการใช้ AI เข้ามาจับโกง โดยให้ระบบขึ้น 'สีแดง' เตือนโครงการที่น่าสงสัย และเรื่องที่สาม มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งโดยเราจะผลักดันกฎหมาย 'คนโกงวงแตก' เพื่อดูแลคนที่ให้ข้อมูลกับรัฐ ปกป้องเขา และมีรางวัลให้กับประชาชนที่แจ้งเบาะแส ทั้ง 3 เรื่องนี้ คือ เปิดเผย ใช้เทคโนโลยี และสร้างกลไกตรวจสอบ คือนโยบายของพรรคประชาชนครับ"
-ยุทธศาสตร์กุญแจ 4 ดอก ล้างคอร์รัปชันที่รากเหง้า
นายภาณุรัช ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรมพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวเริ่มต้นว่า ตนเองนั้นไม่เคยเป็นนักการเมืองและทำงานอยู่ในองค์กรที่อยากจะโกงก็โกงยากเพราะมีการตรวจสอบและใช้ระบบดิจิทัลทั้งหมดจะซื้อปากกาด้ามเดียวต้องขออนุมัติเจ้านายเลยถ้ามันนอกสเปกแต่ประเทศไทยทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถ้าถามว่า 100 วันแรกทำอะไร
ผมดูข่าวการเมืองบอกว่า ปากท้องสำคัญแต่มองว่า การแก้ไขคอร์รัปชันสำคัญที่สุดเพราะที่ปากท้องมันห่วยก็เพราะมีคนโกงกิน ผมขอถามว่า มีใครจะยกมือสู้เรื่องคอร์รัปชันกับผมบ้าง 100 วันแรกต้องแก้กฎหมายคอร์รัปชันด่วนที่สุด คนโกงมันไม่กลัวกฎหมายถ้าเขียนไว้แต่ในกระดาษ สิ่งที่ต้องทำคือ 100 วันแรก ใครเป็นรัฐบาลไม่ต้อง MOU เพราะทำมาก็ฉีกอยู่ดี สิ่งที่สำคัญ คือ เรามีค่านิยมที่ว่า ใครรวยเราก็นับถือทั้งที่เราก็รู้ว่าเขาโกงมา แต่ถ้าสังคมร่วมกันช่วยกัน ไม่ยอมรับเขาก็จะอายไปเอง
นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ 4 ดอก ดอกแรก คือ สร้างการศึกษาที่ดี ให้เด็ก ๆ เรียนมาแล้วหากินได้โดยไม่ต้องโกงใคร ดอกที่สอง คือ สร้างเศรษฐกิจใหม่ ให้เขามีความรู้ความสามารถที่จะเลี้ยงตัวได้โดยไม่ต้องโกง ดอกที่สาม เรื่องภัยพิบัติ ซึ่งผมเคยหนีพายุเฮอร์ริเคนมาก่อน ผมเห็นว่า ประเทศไทยโกงกันมหาศาลในเรื่องลักษณะนี้ ที่สำคัญเมื่อตรวจสอบแล้วก็ไม่ผิดอยู่ดี ดอกที่สี่ คือ สร้างคุณธรรมใหม่ ให้เด็กกลัวการโกงตั้งแต่เด็ก ประเทศไทยอาจแก้ไม่ได้ในวันเดียวแต่ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ตอนนี้
"ผมอาจจะไม่มีโอกาสเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ผมคงไม่ถึง แต่สิ่งที่ทำได้ คือ ถึงเราจะแก้ระบบไม่ได้ทันที เราก็ไปนั่งฟังประชาชนที่อึดอัดใจ ใครเจอเรียกส่วย เจอความเฮงซวยในชีวิต มาหาพวกเรา เราจะนั่งฟังและช่วยตรวจสอบให้" นายภาณุรัช กล่าวทิ้งท้าย