thansettakij
กกต.งัด ม.32 เรียกข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อตจาก ธปท. สอบซื้อเสียง

กกต.งัด ม.32 เรียกข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อตจาก ธปท. สอบซื้อเสียง

29 ม.ค. 2569 | 09:26 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 2569 | 12:11 น.

กกต.งัด ม.32 เรียกข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อตจาก ธปท. สอบโยงซื้อเสียง ส่งรองเลขาฯ รับข้อมูลเอง เตรียมทำ MOU จับตาเงินเลือกตั้งระยะยาว

KEY

POINTS

  • กกต.มีมติใช้อำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. เพื่อขอข้อมูลการถอนเงินสดจำนวนมากที่ผิดปกติ จากธนาคารแห่งประเทศไทย 
  • การดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสืบสวนสอบสวน กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า อาจมีการนำเงินไปใช้ในการซื้อเสียงเลือกตั้ง
  • กกต.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับข้อมูลจาก ธปท. โดยตรง 30 ม.ค.นี้ และมีแผนจะทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในอนาคตอย่างเป็นระบบ

วันนี้ (29 ม.ค. 69) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติให้อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรียกข้อมูลการถอนเงินสดจำนวนมากผิดปกติ จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และ ชอบด้วยกฎหมาย

นายแสวง ระบุว่า ตนได้นำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม กกต. จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับการถอนเงินสดเป็นจำนวนมาก ในช่วงที่มีการจัดการเลือกตั้ง โดยมีลักษณะผิดปกติ ทั้งในแง่ของมูลค่าการถอนที่เป็นเงินก้อนใหญ่ และการเลือกถอนเป็นธนบัตรชนิดราคาเดียว เช่น แบงก์ 500 บาท หรือแบงก์ 100 บาท ซึ่งเข้าข่ายมีเหตุอันควรสงสัยว่า อาจเป็นการถอนเงินไป เพื่อกระทำการอันเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง หรือกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง

เพื่อให้การดำเนินการของ กกต. เป็นไปอย่างรอบคอบและมีพยานหลักฐานประกอบการพิจารณา ที่ประชุม กกต. จึงเห็นชอบให้สำนักงาน กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. ด้านสืบสวน พร้อมด้วยพนักงานสืบสวน เดินทางไปรับข้อมูลจาก ธปท. ด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค. 69)

นอกจากนี้ นายแสวง ยังเปิดเผยว่า ในระยะต่อไป กกต. มีนโยบายจะจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดกลไกการขอและแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินในลักษณะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีหนังสือขอเป็นรายกรณีเหมือนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง และป้องกันการกระทำที่อาจเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง หรือการใช้เงินผิดกฎหมายทางการเมืองในอนาคต 

ทั้งนี้ มาตรา 32 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย กกต. มีอำนาจขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและแจ้งข้อมูลทางการเงินได้ เมื่อปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมือง 

โดยสามารถขอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รายงานธุรกรรมทางการเงิน หรือ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและ สถาบันการเงิน แจ้งข้อมูลการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค หรือผู้สมัคร ตามที่ กกต. ร้องขอ ภายในระยะเวลาที่กำหนด และไม่ให้นำข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐมาใช้บังคับ