

KEY
POINTS
วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงแนวทาง “ผ่าตัดใหญ่ประกันสังคม” เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคน หลังเกิดข้อกังขาต่อการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม ทั้งด้านความโปร่งใส การจัดซื้อจัดจ้าง และการลงทุนของกองทุน
นพ.พรหมินทร์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยรับทราบถึงความกังวลและความไม่สบายใจของผู้ประกันตนต่อการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเงินสะสมจากหยาดเหงื่อแรงงานจำนวนมหาศาล แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณและการลงทุน ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง รวมถึงความพยายามลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนในกระบวนการกำหนดนโยบาย
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางการปฏิรูปประกันสังคม 7 ประเด็นสำคัญ เพื่อยกระดับการบริหารให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดผู้ประกันตนเป็นศูนย์กลาง
ประเด็นแรก เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ในรัฐบาลที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรี และ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคเพื่อไทย เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะมีคำสั่งโอนย้ายปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบข้อกังขาต่างๆ เป็นไปอย่างอิสระ โปร่งใส และปราศจากแรงกดดัน
ประเด็นที่สอง พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า กรรมการฝ่ายผู้ประกันตนต้องมาจากหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยให้ผู้ประกันตน 1 คน มีสิทธิเลือกตัวแทนได้ 7 คน ตามสัดส่วนเดิม เพื่อให้ผู้แทนแรงงานกว่า 20 ล้านคน มีอำนาจขับเคลื่อนนโยบายและดูแลสิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
ประเด็นที่สาม เสนอให้ตำแหน่งประธานคณะกรรมการประกันสังคม มาจากการเลือกตั้งภายในคณะกรรมการ แทนระบบเดิมที่ประธานโดยตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อให้บอร์ดมีความเป็นอิสระจากฝ่ายราชการ
ประเด็นที่สี่ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและลบข้อครหาเรื่องการนำเงินกองทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย พรรคเพื่อไทยเสนอให้ปรับระบบบริหารกองทุน โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพ เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ปราศจากการแทรกแซงจากการเมืองหรือระบบราชการ และต้องเป็นผู้บริหารที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล
ประเด็นที่ห้า ด้านความโปร่งใส เสนอให้เปิดเผยข้อมูลการลงทุน งบประมาณ และผลตอบแทนของกองทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ หากพบความผิดปกติหรือการทุจริต ต้องสามารถลงโทษและเปลี่ยนผู้บริหารได้ทันที เพื่อปกป้องเงินของผู้ประกันตน
ประเด็นที่หก เน้นการบริหารเงินสมทบทุกบาททุกสตางค์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานและกองทุนให้ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ทั้งด้านสิทธิประโยชน์และคุณภาพการบริการ และต้องประกาศต่อสาธารณะ โดยคณะกรรมการในฐานะตัวแทนเจ้าของเงิน จะต้องกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เกิดการบริหารแบบลอยตัวหรือใช้งบประมาณไร้ทิศทาง
ประเด็นที่เจ็ด ในส่วนสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรแยกภารกิจการดูแลด้านต่างๆ ให้ชัดเจน ทั้งการว่างงาน บำเหน็จบำนาญ และทุพพลภาพ ขณะที่ด้านการรักษาพยาบาล รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการบูรณาการกองทุนสุขภาพที่มีอยู่ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับมาตรฐานการรักษาและบริการทัดเทียมกับกองทุนสุขภาพอื่น
นพ.พรหมินทร์ กล่าวย้ำว่า การปฏิรูปประกันสังคมเป็นแนวคิดที่พรรคเพื่อไทยผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะกองทุนนี้คือหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของผู้ประกันตน ซึ่งเป็นกำลังหลักของระบบเศรษฐกิจประเทศ และพรรคพร้อมเดินหน้าผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความมั่นคงให้กับผู้ประกันตนทุกคน