

KEY
POINTS
จากงาน Nation Election 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีโคราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งมีตัวแทน 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมประกอบด้วยนายฉัตริน จันทร์หอม พรรคเพื่อไทย ,นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ พรรคประชาชน เขต 1 ,นายโกศล ปัทมะ พรรคภูมิใจไทย เขต 6 ,นายมารุต ชุ่มขุนทด พรรคกล้าธรรม เขต 15 และเสกสกล อัตถาวงศ์ พรรคโอกาสใหม่ เขต 10
ช่วงนี้มีคำถามว่าจะดึงดูดให้คนโคราช ลูกหลานที่อาจจะไปทำงานต่างจังหวัด หรือกรุงเทพมหานครให้กลับมาทำมาหากินที่โคราช ใช้ชีวิตที่บ้านเกิดได้อย่างไร
ต่อคำถามดังกล่าวนายฉัตร จากพรรคประชาชน แสดงความเห็นว่า พรรคมีนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ 3 สเต็ป ประกอบด้วย การสกัดทุนใหม่ไม่ให้ออกซึ่งเปรียบเสมือนการสกัดไม่ให้มันสมองไหล ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีเรื่องเศรษฐกิจ น้ำ อากาศ เป็นต้น เช่นเดียวกับนโยบายและการทำงานก็เหมือนกัน พรรคจึงเสนอ 200 กว่านโยบาย แต่อยู่ภายใต้ร่มที่มี 4 เสาหลัก โดยที่แต่ละเสาหลักนั้นเชื่อมโยงถึงกัน เพราะฉะนั้นเล่าเรื่องเศรษฐกิจจะไปเกี่ยวกับเกษตรกร จะไปเกี่ยวกับเรื่องส่งเสริม SMEs เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาต้นทุนชีวิต
“เชื่อมั่นว่าจากนโยบายดังกล่าวจะทำให้ลูกหลานโคราชกลับมาหางานทำที่โคราชแน่นอน รวมถึงประชาชนจังหวัดอื่น จากนโยบาย 200 ข้อ”
นายฉัตริน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า นี่เป็นโจทย์ที่ใหญ่ และสำคัญมาก จริงๆ โดยปัจจุบันงานที่อยู่โคราชส่วนใหญ่คือภาคบริการ รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร โดยถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ต้องการทำงานในห้องแอร์ ซึ่งก็คือภาคบริการที่ตรงกับความต้องการ
โดยพรรคมีนโยบายจะต่อยอดภาคบริการ และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อครั้งที่เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ มองว่าโคราขมีความพร้อมในการเป็นเมืองที่เรียกว่า MICE City หรือเป็นเมืองสำหรับจัดงานใหญ่ของประเทศ เช่น จัดพวกนิทรรศการ การประชุม จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่จึงมีโครงการว่าจะสร้างหอประชุมใหญ่ขึ้นมาที่ตัวเมืองโคราช โดยใช้งบประมาณเป็นหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งล่าสุดได้มีการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“หากได้เป็นรัฐบาลจะสานต่อโครงการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยดึงดูดเรื่องการท่องเที่ยว แต่เกษตรเองก็มีความสำคัญ ปัญหาที่คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการทำเกษตรก็เพราะขาดทุน และรายได้น้อย ซึ่งประเด็นดังกล่าวนโยบายพรรคเพื่อไทยเสามารถแก้ไขได้”
สำหรับพรรคจะมีนโยบายในการประกันกำไร ทุกคนต้องมีกำไรอย่างน้อย 30% เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันแรกที่ลงทุนจะรู้เลยทำอย่างไรก็ไม่ขาดทุน ก็จะมีความสนใจมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น หลังจากนั้นก็จะมีการนำเทคโนโลยี มาทำการทดลอง (Experiment) มากขึ้น เพื่อให้การทำเกษตรง่ายขึ้น และส่งเสริมการทำเกษตรอย่างแม่นยำ (Precision Agriculture) หรือการทำเกษตรอย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ ยังจะมีโครงการชุมชนโดรนใจ ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของเกษตรกร โดยที่พรรคจะซื้อโดรนทางการเกษตรให้ ซึ่งจะเป็นการจ่ายแบบพรรค 60% และเกษตรกร 40% โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการไปแล้วหลายพันหมู่บ้าน ก็จะมีการขยายโครงการต่อ
“การดำเนินการดังกล่าวพื่อให้การทำเกษตรไม่ขาดทุน มีเครื่องมือมาช่วยโดยหากทำให้โคราชมีงานน่าทำทั้ง 2 ด้าน ก็จะทำให้ชาวโคราชอยากกลับมาอยู่บ้าน”
นายโกศล พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ถ้าต้องการให้ประชานกลับมาอยู่บ้านเกิด ก็ต้องมีตำแหน่งงานที่ดีรองรับ งานที่มีรายได้ที่สูง สร้างโคราชให้อบอุ่น โดยปัจจุบันโคราชมีปัญหาเรื่องแย่งกันใช้น้ำระว่างภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และเกษตร โดยมองว่าอุตสาหกรรมที่จะลงทุนในโคราชต้องเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำน้อย
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้เชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบการที่ลงทุน Data Center เพื่อให้เกิดศูนย์ Data Center หลายแห่งจะทำให้มีตำแหน่งงานมากขึ้น หลังจากนั้นก็บูรณาการร่วมกับสถาบันการศึกษาที่มีในจังหวัด เพื่อให้เกิดแรงงานที่มีทักษะตอบรับกับความต้องการของงานที่จะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ จะต้องมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมการบิน เพื่อสร้างตำแหน่งงานให้กับนักศึกษา เช่น วิศวกรรม ซึ่งสถาบันการศึกษาที่โคราชมีหลักสูตร
“มองว่าหากมีตำแหน่งงานที่มีรายได้ดี ประชาชนก็ต้องการกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ต้องการเห็นผู้ที่จบการศึกษาสะพายกระเป๋าแค่หนึ่งใบก็อยู่ที่โคราชได้ มีตำแหน่งงานรองรับ เข้าถึงแหล่งเงินทุน และโอกาสด้านต่างๆ โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นต้นทุนชีวิตได้ และต้องการเห็นโคราชเป็นแหล่ง Startup สำหรับคนรุ่นใหม่ มีแหล่งทุนคอยช่วยเหลือเพื่อฝึกฝนให้เป็นผู้ประกอบการ โดยที่รัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการช่วยเหลือ เหมือนกับประเทศอินเดียที่สามารถนำไอเดียไปที่ธนาคารเพื่อขอเงินทุนได้”
นอกจากนี้ ยังต้องการสร้าง Wellness ที่อำเภอวังน้ำเขียว หรือเขาใหญ่ เพื่อทำให้ทุกวันมีผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่เฉพาะเสาร์ อาทิตย์ มาดูแลสุขภาพจากประโยชน์ของพื้นที่ธรรมชาติที่มี
นายมารุต พรรคกล้าธรรม ระบุว่า เขตด่านขุนทด เทพารักษ์เป็นหมุดหมายที่ดีที่สุดของโลกวันนี้ เพราะมีพลังงานสะอาด มีกังหันลมกว่า 300 ต้น ซึ่งสามารถผลิตพลังงานได้เท่ากับเกาะภูเก็ต แต่ภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถมาลงทุนได้ เพราะทั้งเมืองที่เทพารักษ์เป็นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ไม่มีแม้กระทั่งโฉนด
“มีภาพฝันว่าต้องการสร้าง Silicon Valley บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีแต่ก็ไม่มีโฉนดจึงทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นบริษัท Hi-tech ที่ไหนจะมาเปิดอยู่ในที่ที่ไม่มีโฉนด เรียกว่ามีทุกอย่างแต่ต้องแก้ไข การแก้ไขที่ สปก. ให้เป็นโฉนด คือโครงการที่พรรคผลักดันมาโดยตลอด เพราะการครอบครองที่ดินเป็นปัญหาหลักที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน“
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพรรคมีความพยายามผลักดันให้ที่ดิน สปก. เป็นโฉนดครุฑแดง แต่ก็ต้องตามาด้วยวิธีที่จะทำอย่างไรให้โฉนดที่ได้มาไปตกอยู่ที่กลุ่มทุน ซึ่งจะต้องมีการทำบทแนบท้ายเรื่องบทครอบครอง
”มีปัญหาแม้กระทั่งที่ทับลาน ซึ่งมีรีสอร์ทมาเปิดมากมาย แต่สุดท้ายถูกรื้อออกทั้งหมด เพราะรุกป่า รุก สปก. รุกพื้นที่สงวน เรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก หากแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินไม่ได้ โคราชจะอยู่แค่นี้ เพราะมาไกลที่สุดได้เท่านี้ มีแค่พื้นที่เล็กๆ ตรงกลางที่มีโฉนดและพร้อมที่จะพัฒนาไปข้างหน้า แต่พื้นที่รอบนอกอีกมหาศาลที่อยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ยังไม่มีการแก้ไข พรรคอาสามาแก้เรื่องดังกล่าวนี้ หากปลดล็อกได้ ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นจะหายไป คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีงานใหม่อีกจำนวนมหาศาลตามมา
“ปัจจุบันเมืองโคราชมีผู้จบการศึกษาปีละเป็นหมื่น แต่เป็นเสมือนบริษัทที่ทุกคนต้องการลาออก เพราะแหล่งงานที่มูลค่าเกิน 20,000-30,000 บาทไม่มี หากยังไม่สามารถดึงดูดให้อุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนได้ โคราชจะหยุดอยู่เท่านี้ เพราะสุดท้ายก็ต้องเอาดีด้านการส่งออกมันสมองออกไปเรื่อยๆ งานที่นำมาลงที่โคราช เช่น คอนแทคเซ็นเตอร์ (Contact Center) คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) กำลังมีปัญหา จากแต่ก่อนที่เคยคิดว่าเป็นอนาคต มีศูนย์คอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันเมื่อเข้าไปดูตัวเลขการจ้างงาน 3,000 คนที่เคยฝันไว้ว่าจะได้ กำลังลดลงเพราะกำลังเข้าสู่ยุค AI”
ขณะที่ Data Center ที่คิดว่าจะมีอนาคตก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เพราะส่วนใหญ่จ้างงานไม่เกิน 5 คน โดยปัจจุบันแรงงานกำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งถือว่าวิกฤติ เพราะฉะนั้นจะต้องสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงเข้ามา
นายเสกสกล พรรคโอกาสใหม่ เขต 10 ระบุว่า ต้องแก้ไขเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร เพราะต้องยอมรับความจริงว่าโคราชเป็นเมืองที่มีอาีพทำการเกษตรเป็นหลัก นอกจากนี้ ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าโคราชเป็นเมือง NEC (Northeastern Economic Corridor) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหมือนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีสิทธิพิเศษมากมายในการลงทุน แต่กลับไม่มีผู้นำไปต่อสู้เพื่อนำอุตสาหกรรมมาลงทุน เพื่อทำให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้สูง
“จากประสบการณ์ที่เคยทำงานในการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะพยายามต่อสู้ให้โคราชมีเขตนิคมอุตสาหกรรม ดึงโรงงานเข้ามาลงทุนจำนวนมาก หรือมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน ประชาชนก็จะทำงานที่โคราช และไม่เกิดการเป็นหนี้ รวมถึงต้องช่วยให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน”