วันที่ 25 มกราคม 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครนครราชสีมา ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตขยะที่มีปริมาณสะสมสูง และยังเป็นปัญหาเรื้อรังของเมืองศูนย์กลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว ควบคู่การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับการขยายตัวของเมืองโคราช
นายสุวัจน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทศบาลนครนครราชสีมา รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบกว่า 30 แห่ง มีปริมาณขยะรวมสูงถึงประมาณ 450 ตันต่อวัน โดยเฉพาะขยะในเขตเทศบาลนครเองมีมากกว่า 200 ตันต่อวัน ขณะที่โครงการโรงงานบำบัดขยะมาตรฐาน หรือโครงการโรงไฟฟ้าขยะ มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท ยังไม่สามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ เนื่องจากติดขัดข้อร้องเรียนในกระบวนการประมูล และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ส่งผลให้โครงการล่าช้ามานานกว่า 2–3 ปี
ในระหว่างที่โครงการหลักยังไม่สามารถดำเนินการได้ เทศบาลนครนครราชสีมาได้ประสานขอใช้พื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่โซน C ประมาณ 240 ไร่ เป็นพื้นที่บริหารจัดการขยะเฉพาะหน้า โดยนำขยะเข้าพื้นที่วันละ 450 ตัน และว่าจ้างเอกชนขนออกไปกำจัดทันที
พร้อมดำเนินการคัดแยกขยะสะสมเดิม เพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF (Refuse Derived Fuel) ส่งเข้าสู่ระบบผลิตไฟฟ้า ทำให้เกิดสมดุล “ขยะเข้าเท่าไหร่ ขยะออกเท่านั้น” ช่วยแก้ปัญหาขยะล้นบนพื้นผิวดินได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน สำหรับพื้นที่โซน A ประมาณ 70 ไร่ ซึ่งเป็นบ่อขยะเก่าที่ใช้งานมานานเกือบ 20 ปี และมีโรงไฟฟ้าขยะเดิมที่หยุดการผลิตแล้ว นายสุวัจน์ ระบุว่า เทศบาลมีแผนจะรื้อถอนและเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อพัฒนาเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวสำหรับประชาชน หลังจากสถานการณ์การจัดการขยะคลี่คลายลง
นายสุวัจน์ ยังย้ำว่า การแก้ไขปัญหาขยะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากต้องการยกระดับโคราชให้เป็นเมืองศูนย์กลางการลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภาคอีสาน จำเป็นต้องเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายโครงการ
ทั้งการเปิดใช้งานทางหลวงพิเศษสาย M6 ให้ครบ 100% เพื่อลดความแออัดบนถนนมิตรภาพ
การผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่
การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะภายในเมือง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด
ตลอดจนโครงการท่อน้ำดิบมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า โครงการพัฒนาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ ทั้งด้านขยะ น้ำประปา และ คมนาคม จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งในด้านงบประมาณและนโยบาย ซึ่งอาจต้องรอให้สถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งมีความชัดเจน ก่อนจะสามารถขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้
ด้านนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทศบาลแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการจ้างเอกชนขนขยะไปกำจัดนอกพื้นที่วันละประมาณ 450 ตัน ครอบคลุมทั้งขยะในเขตและนอกเขตเทศบาล ขณะที่ขยะสะสมเดิมประมาณ 400,000 ตัน ในพื้นที่ที่ขอใช้จากหน่วยทหาร ได้เปิดให้เอกชนเข้ามารับซื้อเพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ส่งต่อให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า
โดยตั้งเป้าว่า ภายในเดือนธันวาคม 2569 ขยะสะสมทั้งหมดจะถูกกำจัดจนหมด จากนั้นจะมีการปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นที่ด้วยการปลูกหญ้าและต้นไม้ เพื่อคืนสภาพแวดล้อม ก่อนส่งมอบพื้นที่คืนให้กองทัพภาคที่ 2 ภายในสิ้นปี 2569 ตามแผนที่วางไว้