

KEY
POINTS
“ฐานเศรษฐกิจ” ตรวจสอบเอกสารนโยบายของ "พรรคกล้าธรรม" ที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า พรรคได้นำเสนอนโยบายที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณรวม 38 นโยบายใน 7 ด้านหลัก ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ เศรษฐกิจฐานราก ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตรายบุคคล โดยใช้งบรวมประมาณ 2,272,230 ล้านบาท โดยในรายละเอียดมีดังนี้
1. ด้านการเกษตร ชลประทาน และน้ำ:
2. ด้านเศรษฐกิจ SME และอุตสาหกรรม:
3.ด้านพลังงานและเศรษฐกิจสีเขียว:
4. ด้านการแก้หนี้และสวัสดิการ:
5. ด้านสังคม ผู้สูงวัย และการท่องเที่ยว:
6. ด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน:
7. ด้านประมงและชายแดนใต้:
ทั้งนี้ทั้ง 38 นโยบาย ที่จะใช้วงเงินงบประมาณรวมทุกโครงการประมาณ 2.27 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงบดำเนินงานใน 4 ปี จำนวน 1.42 ล้านล้านบาท และงบผูกพันต่อเนื่อง 10 ปี สำหรับ Mega Project อีก 850,000 ล้านบาท สะท้อนแนวทางลงทุนทั้งระยะสั้นควบคู่โครงสร้างระยะยาว
สำหรับ 10 อันดับนโยบายที่ใช้งบประมาณมากที่สุด ได้แก่
1. Bangkok Shield (East-West Thai Gulf Corridor): 850,000 ล้านบาท (โครงการ 10 ปี)
2. Agriculture Pillar: 350,000 ล้านบาท (ตลอด 4 ปี)
3. ที่ไหนมีที่ดินทำกิน ที่นั่นต้องมีน้ำ: 400,000 - 550,000 ล้านบาท (ตลอด 4-5 ปี)
4. พลังงานราคาถูกเพื่อเกษตรกรและชาวประมง: 90,000 - 130,000 ล้านบาทต่อปี
5. สนับสนุนนิคมเกษตรอุตสาหกรรม: 80,000 - 120,000 ล้านบาท (ตลอด 4 ปี)
6. ประกันรายได้ประชาชน: 70,000 ล้านบาท (ตลอด 4 ปี)
7. แก้หนี้เกษตรกร จบที่กล้าธรรม: 60,000 - 90,000 ล้านบาทต่อปี
8. Educational Pillar (แก้หนี้/สวัสดิการครู): 60,000 ล้านบาท (ตลอด 4 ปี)
9. เศรษฐกิจชุมชนฐานราก: 60,000 ล้านบาท (ตลอด 4 ปี),
10. Banking for Thais (ธนาคารประชาชน): 30,000 ล้านบาท (ตลอด 4 ปี)
“ในบรรดา 38 นโยบาย พบว่า 10 อันดับใช้งบสูงสุด นำโดย Bangkok Shield (East-West Thai Gulf Corridor) วงเงิน 850,000 ล้านบาท ตามด้วย Agriculture Pillar, โครงการน้ำ, พลังงานราคาถูก และการพัฒนานิคมเกษตรอุตสาหกรรม สะท้อนการให้น้ำหนักกับโครงสร้างพื้นฐานและการลดต้นทุนระยะยาว”
แหล่งเงิน–ความคุ้มค่า–ความเสี่ยง
พรรคกล้าธรรมระบุ แหล่งเงินที่ใช้ขับเคลื่อนนโยบายจะมาจากงบประมาณประจำปี การปรับลดงบซ้ำซ้อน งบกลาง กองทุนต่าง ๆ และการร่วมทุนรัฐ–เอกชน (PPP) โดยชูความคุ้มค่าเชิง Multiplier Effect การลงทุน 1 บาท สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3–4 เท่า ลดภาระหนี้ เพิ่มสภาพคล่องในระบบ
อย่างไรก็ดี จากนโยบายทั้งหมดยังมีความเสี่ยงในหลายด้าน
ภาระการคลัง: หากการจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า
การบริหารจัดการ: ความล่าช้าในขั้นตอนราชการ, การประสานงานระหว่างหน่วยงาน, และความเสี่ยงจากการทุจริตหากไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง
และปัจจัยภายนอก: ความผันผวนของราคาตลาดโลก, โรคระบาด, และภัยธรรมชาติ