

KEY
POINTS
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 57 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ.2568 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องรายงานนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาต่อ กกต.ก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน
ล่าสุด สำนักงาน กกต.ได้เผยแพร่รายละเอียดนโยบายพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง สส. 60 พรรคการเมือง ในจำนวนนี้มี 51 พรรคการเมืองที่มีนโยบายใช้จ่ายเงินที่ต้องแจ้ง กกต.ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองฯ ที่มีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน
ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ฐานเศรษฐกิจ ได้ตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นในส่วนของนโยบายที่ต้องวงเงินงบประมาณและแจ้งที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 57 ที่กำหนดให้พรรคต้องแจ้ง "ที่มาของเงิน" และ "ความคุ้มค่า" ต่อ กกต. เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจทั้งยังเป็นบททดสอบสำคัญของแต่ละพรรคในการอธิบายต่อสังคมว่า "จะนำเงินมาจากไหน" โดยไม่กระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ พบว่า ตัวเลขงบประมาณที่ระบุไว้นั้นมีตั้งแต่หลักร้อยล้านไปจนถึงหลักล้านล้านบาท
ครอบคลุมนโยบายต่าง ๆ ในหลากหลายมิติทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง รวมถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ ของ กกต.ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดนโยบายฉบับเต็มเพื่อประกอบการตัดสินใจกันอีกครั้ง
ซึ่งเมื่อรวมวงเงินทั้งหมดจากนโยบายทั้ง 51 พรรคการเมืองพบว่า มีวงเงินรวมมากถึง 25,870,635.9 ล้านบาท (25 ล้านล้านบาท) ไล่เรียงตามลำดับหมายเลขพรรคการเมือง ปรากฎรายละเอียดดังต่อไปนี้
พรรคไทยทรัพย์ทวี
พรรคเพื่อชาติไทย
พรรคใหม่
พรรคมิติใหม่
พรรครวมไทยสร้างชาติ
พรรคพลวัต
พรรคเพื่อไทย
พรรคทางเลือกใหม่
พรรคเศรษฐกิจ
พรรคเสรีรวมไทย
พรรครวมพลังประชาชน
พรรคท้องที่ไทย
พรรคอนาคตไทย
พรรคพลังเพื่อไทย
พรรคไทยชนะ
พรรคพลังสังคมใหม่
พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย
พรรคฟิวชัน
พรรคไทรวมพลัง
พรรคปวงชนไทย
พรรคเพื่อชีวิตใหม่
พรรคคลองไทย
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคไทยก้าวหน้า
พรรคแรงงานสร้างชาติ
พรรคประชากรไทย
พรรคครูไทยเพื่อประชาชน
พรรคประชาชาติ
พรรคสร้างอนาคตไทย
พรรครักชาติ
พรรคภูมิใจไทย
พรรคพลังธรรมใหม่
พรรคกรีน
พรรคไทยธรรม
พรรคแผ่นดินธรรม
พรรคกล้าธรรม
พรรคพลังประชารัฐ
พรรคโอกาสใหม่
พรรคเป็นธรรม
พรรคประชาชน
พรรคประชาไทย
พรรคไทยสร้างไทย
พรรคไทยก้าวใหม่
พรรคประชาอาสาชาติ
พรรคพร้อม
พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
พรรคไทยพิทักษ์ธรรม
พรรคความหวังใหม่
พรรคไทยรวมไทย
พรรคพลังไทยรักชาติ
พรรครักษ์ธรรม
หากแบ่งกลุ่มพรรคการเมืองตามวงเงินงบประมาณที่แจ้งไว้ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพรรคการเมืองที่ใช้งบประมาณ "สูงที่สุด" และกลุ่มที่ใช้ "น้อยที่สุด" จะมีรายละเอียด ดังนี้
กลุ่มงบประมาณสูงสุด (หลักล้านล้านบาทขึ้นไป)
อันดับ 1: พรรคปวงชนไทย (หมายเลข 23) – วงเงิน 287,582,950 ล้านบาท
อันดับ 2: พรรคเศรษฐกิจ (หมายเลข 11) วงเงิน 5,989,000 ล้านบาท
อันดับ 3: พรรคท้องที่ไทย (หมายเลข 14) วงเงิน 5,433,491.1 ล้านบาท
กลุ่มอื่น ๆ : พรรคพร้อม (3.1 ล้านล้าน), พรรคกล้าธรรม (2.2 ล้านล้าน), พรรคประชาธิปัตย์ (2.1 ล้านล้าน)
กลุ่มงบประมาณต่ำสุด
อันดับ 1: พรรคพลังเพื่อไทย (หมายเลข 16) วงเงินเพียง 100 ล้านบาท
อันดับ 2: พรรคพลวัต (หมายเลข 7) วงเงิน 3,000 ล้านบาท
อันดับ 3: พรรคไทยธรรม (หมายเลข 40) วงเงิน 5,000 ล้านบาท
ขณะที่หากดูตัวเลข 8 พรรคการเมืองหลักที่ประชาชนให้ความสนใจ มีรายละเอียด ดังนี้