
'อนุดิษฐ์' ลั่นแก้ PM 2.5 ใน 90 วัน! พรรคกล้าธรรมเปลี่ยนขยะเป็นทุน เลิกไล่จับชาวบ้าน
"อนุดิษฐ์" ปล่อยหมัดเด็ดกลางเวทีเชียงใหม่! พรรคกล้าธรรมชูนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ภายใน 90 วัน เน้นเลิกไล่จับเกษตรกร แต่ส่งนวัตกรรมเปลี่ยน "เศษวัสดุ" เป็น "เงิน" ลั่นคนเหนือต้องการอากาศบริสุทธิ์ ไม่ใช่แค่คำปลอบใจ พร้อมย้ำ "ทำมากกว่าพูด" กาเบอร์ 42
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวที Nation Election DEBATE "จุดเปลี่ยนประเทศไทย" เวทีภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของชาวภาคเหนือมาอย่างยาวนาน โดยเน้นย้ำว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่ "ชอบลงมือทำ" และต้องการนำเสนอแนวทางที่แตกต่างจากการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ
วิจารณ์การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ: เลิกไล่จับเกษตรกร
น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า พี่น้องชาวเหนือในปัจจุบันไม่ได้ต้องการเพียงแค่คำปลอบใจจากนักการเมือง แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือ "อากาศดีๆ สำหรับหายใจ" ซึ่งที่ผ่านมา มาตรการของรัฐมักมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาปลายเหตุ เช่น การประกาศห้ามเผา การตั้งด่านตรวจ หรือการไล่จับกุมเกษตรกร ซึ่งเป็นการกดทับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นฐานรากของประเทศโดยไม่เข้าใจหัวใจของปัญหาที่แท้จริง
ชูนโยบาย "สร้างทางเลือก" เปลี่ยนเศษวัสดุเป็นต้นทุนใน 90 วัน
หัวใจสำคัญที่พรรคกล้าธรรมนำเสนอคือ การเปลี่ยนจาก "การบังคับ" เป็น "การสร้างทางเลือก" ให้กับเกษตรกร โดย น.อ.อนุดิษฐ์ ประกาศกร้าวว่าพรรคจะดำเนินการให้เห็นผล ภายใน 90 วัน โดยมีแนวทางหลักดังนี้
- นวัตกรรมและเทคโนโลยี: รัฐบาลควรส่งเครื่องไม้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และนวัตกรรมลงไปในพื้นที่ แทนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ไปจับกุม
- เปลี่ยนขยะเป็นเงิน: นำเศษวัสดุทางการเกษตรที่เดิมต้องเผาทิ้ง มาผ่านกระบวนการจัดการที่ถูกต้องเพื่อเปลี่ยนให้เป็น "ต้นทุนทางการเกษตร"
- สนับสนุนงบประมาณ: น.อ.อนุดิษฐ์ ชี้ว่าภาครัฐมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยนำมาใช้เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีให้กับคนฐานรากอย่างจริงจัง
ยกระดับรายได้เกษตรกร "ไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย"
นโยบายนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดฝุ่นละออง แต่ยังเป็นการ ลดต้นทุน และสร้าง ตลาดรองรับ ผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ใน ราคาสูง,
น.อ.อนุดิษฐ์ ย้ำเตือนใจผู้ร่วมฟังว่า โดยธรรมชาติแล้ว ไม่มีเกษตรกรคนไหนอยากทำผิดกฎหมาย และไม่มีใครอยากเผาเศษวัสดุของตัวเองทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ หากรัฐบาลสามารถมอบทางเลือกที่ดีกว่าและสร้างรายได้ให้แก่พวกเขาได้
ปิดท้ายด้วยสโลแกน "กล้าธรรม ทำมากกว่าพูด"
ในช่วงท้ายของการแสดงวิสัยทัศน์ น.อ.อนุดิษฐ์ ได้เน้นย้ำจุดยืนของพรรคว่า "กล้าธรรม เราทำมากกว่าพูด ทำทันที" พร้อมทั้งเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนสนับสนุนพรรคกล้าธรรม หมายเลข 42 เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้ประเทศไทยและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ชาวเหนืออย่างยั่งยืน











